[จบ] Deponia The Complete Journey ตะลุยเกมผจญภัยที่วุ่นวาย

Deponia The Complete Journey เกมนี้ผมเคยรีวิวไปแล้ว แต่ที่จริงคือรีวิวจากภาคแยก 3 ภาค และผมก็ได้ซื้อภาครวมมาอีกเพื่อเล่นใหม่และอัดคลิปเป็น Playthrough ลง channel 

Deponia The Complete Journey ตะลุยเกมผจญภัยที่วุ่นวาย

เกมนี้เนื้อเรื่องดีมาก เราจะได้รับบทเป็น Rufus เป็นตัวละครอารมณ์ประมาณเด็กเหลือขอ เพราะแม่จากไปตั้งแต่เด็ก ส่วนพ่อก็ทิ้งไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อีก ทำไมเขาเติบโตมาด้วยตัวเอง จึงเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างหนัก เขาใฝ่ฝันที่จะออกจาก Deponia เมืองข้างล่างที่เต็มไปด้วยขยะ ขึ้นไปที่เมืองลอยฟ้าชื่อว่า Ellysium ที่เขาคิดว่าเป็นเมืองที่ศิวิไล

Deponia The Complete Journey #1 – แปรงที่หายไป

Deponia The Complete Journey #2 – จรวดหรรษา

Deponia The Complete Journey #3 – เจ้าหญิงนิทรา

Deponia The Complete Journey #4 – ปลุกเจ้าหญิง

Deponia The Complete Journey #5 – Toni น่าสงสาร

Deponia The Complete Journey #6 – ก้าวแรกสู่การผจญภัย

Deponia The Complete Journey #7 – ลุยไปเลยแม็กนั่ม

Deponia The Complete Journey #8 – แผนร้าย

Deponia The Complete Journey #9 – พลาดละ

Deponia The Complete Journey #10 – เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

Deponia The Complete Journey #11 – แพ้ของฟรี

Deponia The Complete Journey #12 – เสด็จพ่อ

Deponia The Complete Journey #13 – โปเกม่อนหรือเปล่า

Deponia The Complete Journey #14 – ล่าตุ่นปากเป็ด

Deponia The Complete Journey #15 – นี่หรือคือพ่อ

Deponia The Complete Journey #16 – กลุ่มต่อต้าน

Deponia The Complete Journey #17 – ห้องน้ำ

Deponia The Complete Journey #18 – เป่ายิ้งฉุบ

Deponia The Complete Journey #19 – หาเสียง

Deponia The Complete Journey #20 – สาวห้าว

Deponia The Complete Journey #21 – dat ass

Deponia The Complete Journey #22 – ใจเย็นนะน้องสาว

Deponia The Complete Journey #23 – ยินดีต้อนรับกลับ

 

Deponia The Complete Journey #24 – ตัวซวย

Deponia The Complete Journey #25 – โรงแรมสุดหรู

Deponia The Complete Journey #26 – พิธีศักด์สิทธิ์

Deponia The Complete Journey #27 – ปลอมตัว

Deponia The Complete Journey #28 – สู่ Elysium

Deponia The Complete Journey #29 – ถูกจับ

Deponia The Complete Journey #30 – ความในใจ

Deponia The Complete Journey #31 – ความเป็นมา

Deponia The Complete Journey #32 – ป่วนคูณ 3

Deponia The Complete Journey #33 – ป่วยจิต

Deponia The Complete Journey #34 – เพื่อนรัก

Deponia The Complete Journey #35 – Toni กับจิตที่หลุดกระเจิง

Deponia The Complete Journey #36 – บุกฐาน Organon

Deponia The Complete Journey #37 – ขายเพื่อน

Deponia The Complete Journey #38 – Bozo กลับมาแล้ว

Deponia The Complete Journey #39 – ความหวังสุดท้าย

[จบ] Deponia The Complete Journey #40 – เสียสละ

แนะนำเกม Transistor

เกม Transistor เป็นเกมแนว Action ผสมกับความเป็น Tactical ตัวเกมมีความเป็น Sci-fi อยู่มาก ภาพสวย เพลงไพเราะ เป็นเกมที่ออกแนว art อย่างจริงจัง แต่เนื้อเรื่องค่อนข้างจะไม่มีอะไร และงง ที่น่าสนคือเพลงประกอบ ภาพกราฟฟิก และเกมเพลย์

รีวิวเกม Transistor

Transistor เป็นเกมแนว Action RPG ที่มีความสวยงามของภาพ กราฟฟิก และเสียงเพลงที่เข้ากันอย่างลงตัว พัฒนาโดยทีมเดียวกับผู้สร้างเกม Bastion ผมแนะนำอย่างยิ่งให้ใช้จอยเล่น เป็นเกมที่ทำมาเพื่อเล่นด้วยจอยโดยเฉพาะ

เกมนี้จะได้เดินตะลุยดุ่มๆตีมอนสเตอร์(ในเกมเรียกว่า The Process) โผล่มาแล้วซัดเลยแบบงงๆ ตัวเกมมีเนื้อเรื่องแต่ผมรู้สึกเนื้อเรื่องเข้าถึงยาก ผมไม่เข้าใจเนื้อเรื่องเลยล่ะ 5555 ในเกมเราจะได้รับบทเป็นนักร้องชื่อดังนามว่า Red เปิดเกมมาจะเจอกับศพแฟนเราโดนดาบเสียบอยู่ และ(คิดว่า)วิญญาณของแฟนเราจะไปอยู่ในดาบ ซึ่งดาบนี้มีชื่อเรียกว่า The Transistor สามารถกักเก็บวิญญาณของคนที่เสียชีวิตได้

ระบบต่อสู้เกมนี้จะผสมผสานระหว่าง Action และ Strategy เข้าด้วยกัน โดยจะมีปุ่มหยุดเวลา ให้เราใช้ท่าต่างๆจนกว่าหลอดหรือ Action Bar จะเต็ม ซึ่งแต่ละการกระทำทั้งการใช้สกิล เดินจะใช้แต้มในหลอดไม่เท่ากัน ขึ้นกับสกิลนั้นๆ

รีวิวเกม Transistor

ข้อดี / จุดเด่นของเกม

  • ภาพสวยมากๆ ทำออกมาเป็นงานศิลปะโดยแท้
  • เพลงเพราะ และงดงามเข้ากับตีมเกม
  • ระบบต่อสู้ที่แปลกใหม่ ผสมกันระหว่าง Action และ Strategy โดยจะมีทั้งเดินโจมตี แล้วก็ปุ่มหยุดเวลาเพื่อเข้าโหมด strategy ให้เราวางแผนและใช้สกิลต่างๆได้จนกว่าหลอด Action Bar จะเต็ม (เสมือนตัวเราจะเคลื่อนทีด้วยความเร็วสูงมากๆ หลังกดยืนยันใช้ท่าต่างๆ)
  • สกิลมีหลากหลายแบบ(ในเกมจะเรียกว่า Functions) ซึ่ง 1 สกิลเป็นได้ทั้ง Active Skill, Passive Skill เราสามารถเอาสกิลนึงไปเสริมความสามารถของอีกสกิลหนึ่งก็ได้ หรือจะเอามาเสริมให้กับตัวเราเองก็ได้
  • มีระบบเลเวลเพื่อปลดล๊อคสกิล หรือ slot ใส่สกิลต่างๆเพิ่มเติม
  • ปรับแต่งปุ่มบังคับได้ตามใจชอบ
  • มีปลดล๊อคตัวปรับแต่งความยากในเกม(ในเกมจะเรียกว่า Limiters) ซึ่งยิ่งใส่เยอะยิ่งเพิ่ม Bonus EXP ทำให้เลเวลขึ้นเร็วขึ้น เช่น บางอันใส่แล้วจะทำให้มอนสเตอร์โจมตีแรงขึ้น 2 เท่า(โดนทีอ้วก) แต่ก็จะได้ exp สูงขึ้น 4%
  • เมื่อจบเกมจะสามารถกลับไปเริ่มเล่นแต่แรกใหม่อีกรอบได้ แต่ยังคงเลเวลและสกิลที่ปลดล๊อคไปแล้วไว้ให้
  • มีพื้นที่ส่วนตัว สำหรับเล่น Challenge และพักผ่อนฟังเพลงได้ เรียกว่า Backdoor จะโผล่มาตามที่ต่างๆ เมื่อเล่นตะลุยไปจุดหนึ่ง
  • ระบบต่อสู้ท้าทาย และยากพอตัว ยิ่ง Boss Fight นี่ยิ่งตื่นเต้นจนเหงื่อออกเลยทีเดียว

รีวิวเกม Transistor

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เนื้อเรื่องผมงงชิบหาย คือไม่รู้เรื่องจริงจัง ผมอาจจะเข้าไม่ถึงเองก็ได้ เท่าที่พอจับความได้คือเราโดนทรยศโดยกลุ่มเพื่อนกลุ่มนึง และโดน The Process ตามล่า แฟนเราตายและไปสิงสถิตอยู่ในดาบ The Transistor เราออกล่าหัวพวกเพื่อนทรยศเหล่านั้นให้หมด ผมจับเนื้อเรื่องได้แค่นี้จริงๆ ไม่เข้าใจที่มาที่ไปเลย
  • ตัวเกมไม่มีเมนูจัดเป็นหลักเป็นแหล่ง เปิดเกมมาก็อยู่ในฉากเกมเลย จะเข้าพื้นที่ส่วนตัวอย่ง Backdoor ก็ต้องตะลุยไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอ

รีวิวเกม Transistor

สรุป

ผมชอบภาพและเพลงเกมนี้มากๆ คือมันสุดยอดของความงามครับ ตอนนี้ผมเริ่มอยากซื้อ DLC Soundtrack มาเก็บไว้ฟังแล้ว เกมเพลย์ก็ตื่นตา แปลกใหม่ดี สนุกในการเล่น ถึงแม้เนื้อเรื่องจะงงกิมกี่ก็เถอะ แต่สุดท้ายแล้วก็จบโคตรซึ้งเลยครับ เป็นเกมที่แนะนำให้เล่นจริงจังนะ รอตอน Steam Sale มีลด 75% แน่นอนครับผม

รีวิวเกม Warframe

รอบนี้จะมารีวิวเกม Warframe เป็นเกม Action TPS เป็นเกมออนไลน์ เกมนี้เปิดตัวมานานและผมก็เล่นมานานพอสมควรแล้วล่ะ(น่าจะ4ปีได้ละมั้ง) แต่พึ่งมาเขียนรีวิว เกมพัฒนาโดย Digital Extreme แต่ภายหลังถูกซื้อกิจการโดย Perfect World บริษัทยักษ์ใหญ่จากจีน เจ้าพ่อ pay to win ทำให้ต้องมาดูกันยาวๆอีกทีว่าเกมนี้จะกลายพันธุ์หรือไม่

ในเกมนี้เราจะได้เล่นเป็นมนุษย์ต่างดาวที่มีชื่อว่า Tenno อาจเรียกว่า “นินจาอวกาศ” ก็ได้จากสไตล์การเล่นของเกม เราถูกเรียกตัวมาโดย Lotus ผู้นำของเราเพื่อมารักษาความสงบสุขของจักรวาลจากเงื้อมมือเผ่าพันธุ์อื่นๆที่ต้องการจะยึดครองจักรวาล

Grineer เป็นเผ่าพันธุ์ที่บ้าการทำสงคราม ต้องการยึดทุกๆสิ่งเป็นอนานิคมของมัน พวกนี้จะมีพลังในการรบ เก่งเรื่องการต่อสู้มาก
Corpus เป็นเผ่าพันธุ์ที่ฉลาดปราดเปรื่อง มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า มีหุ่นยนต์ที่สร้างมาเพื่อทำสงครามมากมาย
Infested เป็นพวกซอมบี้อวกาศ แพร่เชื้อขยายเผ่าพันธุ์เพื่ออยู่รอดไปเรื่อยๆ แต่มีผลคือแพร่กระจายไปทั่วอวกาศจนอาจไม่สามารถควบคุมได้

Warframe

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • เป็น Action TPS เต็มรูปแบบ สามารถสไลด์ ปีนป่ายกำแพง พุ่ง(Dash)กลางอากาศ และอีกมาก
  • กราฟฟิกโหดมากถ้าปรับสุด
  • มีหลากหลายโหมดเกมเพลย์ให้เล่น (มีโหมดบินต่อสู้ในอวกาศด้วยนะเออ อย่างกับกันดั้ม)
  • มีตัวละครให้เล่นมากมายหรือ Warframe นั่นเอง แต่ต้องเก็บของมาสร้างทีละชิ้นส่วนแล้วประกอบเป็นตัวนะ
  • อาวุธหลากหลายมากมาย
  • ระบบ PVP ต่อสู้กัน และระบบยึดดาวเป็นของ Clan ตัวเองที่ต้องต่อสู้แย่งชิงกัน
  • Craft ของเยอะมาก
  • แต่งสีของได้ทุกอย่าง ทั้ง Warframe, ยาน, อาวุธ
  • ระบบ Mod เสริมความแกร่งให้ได้ทั้งอาวุธ Warframe และอื่นๆ มันจะเป็นเหมือนการ์ดมาใส่ใน slot ต้องตามล่าหา และอัพเลเวล Mod ให้สูงขึ้น
  • Boss Fight เกมนี้ไม่ได้หมูไปซะทุกตัว หลายๆตัวค่อนข้างโหด ยากต่อการต่อกรกับมันมาก
  • Co-op เล่นในห้องนึงได้สูงสุด 4 คน (เห็นว่ากำลังพัฒนามีภารกิจแบบ Raid ที่ลงได้ 8 คนอยู่)
  • ทีมพัฒนามีอัพเดทลง Youtube เรื่อยๆว่า ตอนนี้ทำอะไรอยู่ พัฒนาอะไร แก้บั๊กอะไร นำ Feedback จากผู้เล่นมาแก้ไขให้เกมสมดุลมากขึ้นอยู่ตลอด
  • DE(เป็นชื่อย่อบริษัท และเป็นชื่อเรียกพนักงานในนั้น)น่ารัก //กองอวย Rebecca ถือป้ายไฟ

Warframe - Hydroid

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เป็นเกมที่ grinding หนักมากๆ ผู้เล่นใหม่จะประสบปัญหาในการเล่นพอสมควร ต้องหาของเยอะมากๆ และบางด่านอาจสู้ไม่ไหวด้วยตัวคนเดียว (หรือบางคนอาจมองเป็นเสน่ห์ของเกม)
  • บางทีอาวุธมาใหม่ก็เยอะเกิน จนไม่สามารถจะสร้างทันมาใช้งาน เยอะเกินไปแต่ที่เด่นๆก็มีไม่กี่อันหรอก น่าจะเน้นเอามาใช้เก็บ Rank ของไอดีเรามากกว่า
  • สมดุลของโหมด PVP ยังไม่ดีนัก แต่ทีมพัฒนาก็พยายามแก้ไขอยู่เรื่อยๆนะ
  • Mod บางอันเหมือนเป็นขยะ ไม่ได้ใช้งาน
  • เริ่มมี Prime mod หรือ mod ระดับสูงที่ใช้เงินมหาศาลในการอัพเลเวล (ผมเริ่มกลัวๆแนวนี้ละ จะมากลายเป็น pay to win มั้ย)
  • End game content ยังทำได้ไม่ดีนัก มันเริ่มซ้ำซากจำเจ คนที่เล่นจนได้ของหลายๆอย่างครบแล้วจะหมดความท้าทายทันที ซึ่งทีมพัฒนารู้จุดนี้ดี และเคยบอกว่าจะทำให้เกมเป็นแนว Sand box ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับว่าจะเป็นยังไงในอนาคต

Warframe - Earth

สรุป

เป็นเกมที่เล่นแล้วติดมากๆสำหรับช่วงใหม่ๆ แต่บางคนก็อาจเบื่อไปเลยเพราะเล่นไม่ไหว 555 ผมเองเล่นมาแล้วประมาณ 760ชม. ซึ่งเล่นกับเพื่อนนะครับ สำหรับคนที่เล่นใหม่ต้องใจสู้และอดทนพอสมควรกว่าจะฝ่าฟันไปถึงจุดที่อยู่ตัว อาจเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่มีอะไรเล่นนะ ลองเล่นดูอาจเป็นเกมที่ใช่สำหรับหลายๆคนครับ ขอให้สนุกงับ

 

รีวิวเกม Deponia: The Complete Journey

Deponia: The Complete Journey เป็นเกมแนว Point&Click Adventure (แนวที่จิ้มๆคลิกๆด้วยเม้าส์เพื่อหาทางไปต่อเรื่อยๆ) ที่มีเนื้อเรื่องที่เจ๋งยิ่งกว่าหนังหลายๆเรื่อยเสียอีก ซึ่งเดิมทีแยกเป็น 3 ภาคคือ Deponia, Chaos on Deponia, และ Goodbye Deponia ผมเองก็ซื้อแยกมาเล่น 3 ภาคนั่นล่ะ แต่เล่นจนจบทุกภาคจึงขอมัดรวมเป็นรีวิวเดียวละกัน โดย Deponia: The Complete Journey จะมีได้พวกโบนัสเบื้องหลังและอื่นๆด้วย รวมถึงหน้าตา UI ของเกมจะต่างจากภาคแยกอยู่นิดหน่อย แต่เนื้อเรื่องเป็นเนื้อเรื่องเดิมครับ

Deponia: The Complete Journey

เนื้อเรื่องย่อ

ตัวเอกของเรามีชื่อว่า Rufus ซึ่งออกเป็นตัวละครที่เห็นแก่ตัว(มาก) คือทำอะไรไม่สนใจ เกรงใจคนอื่น ซึ่งอาศัยอยู่บนพื้นโลกที่เต็มไปด้วยขยะเรียกว่า Deponia เขาใฝ่ฝันที่จะขึ้นไปอยู่บนเมืองลอยฟ้าไม่ว่าจะวิธีใดก็ตามที่ชื่อ Elysium ซึ่งเขาก็ได้พบกับนางเอกชื่อว่า Goal ซึ่งเป็นชาว Elysium เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น และการพบกันของทั้งสองก็เป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายหลายๆเรื่องที่ตัวเอกของเราต้องตามแก้ไขเพื่อช่วยโลก และพิชิตใจนางเอกด้วย

ซึ่งผมขอเตือนไว้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การ์ตูนแนว Happy Ending เพราะงั้นหากใครไม่ชอบ ผมแนะนำให้ผ่านไปเลยครับ ผมรู้สึกว่าเศร้ามากสำหรับตอนจบ

Deponia: The Complete Journey - Rufus and Goal

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • เนื้อเรื่องสนุก น่าติดตาม ตลกโปกฮา ดราม่า เศร้า โรแมนติก เรียกได้ว่าครบทุกรสครับ เนื้อเรื่องดียิ่งกว่าหนังโรงหลายๆเรื่องเสียอีก
  • การบังคับเข้าใจง่ายมาก เพราะมี Tutorial ให้พร้อมด้วย
  • แบ่งแยกนิสัยของตัวละครได้ชัดเจน เสมือนเวลาคุณนั่งดูการ์ตูนอนิเมญี่ปุ่นเลย
  • มุกฮาๆเพียบ
  • ภาพกราฟฟิกสวยงามมากๆ
  • ซาวเพลงทำออกมาได้เยี่ยม เพลงเพราะ ฟังเพลิน
  • คนพากย์มืออาชีพ เสียงที่ใส่อารมณ์เข้าถึงตัวละครดี ฟังแล้วอินตามเลย
  • หากไม่ถนัด puzzle มีปุ่มกดให้ข้าม mini game ผ่านไปได้เลย(อันนี้ผมชอบมาก) ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับมัน

Deponia: The Complete Journey - Hotel

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • หลายๆอย่างที่ต้องหาในเกมไม่ make sense คือใช้ common sense หาทางไปต่อไม่ได้ ถ้าจะเล่นเองเพียวๆต้องกดจิ้มมั่วนานเลยล่ะ ซึ่งนั่นทำให้ผมเปิด walkthrough เล่นตาม และเสพย์เนื้อเรื่องกับมุกฮาๆอย่างเดียว
  • [ส่วนตัว] คือตัวเอกเราเป็นพวกนิสัยแย่ผิดมนุษย์มาก จนบางครั้งผมเล่นไปหงุดหงิดไปก็มี ซึ่งแนะนำให้พยายามอย่าซีเรียสกับมัน และคิดซะว่ามันเป็นมุกไป
  • มีบั๊กตัวเป้งอยู่บ้าง ต้องหาทางกดไปๆมาๆให้หายบั๊ก ซึ่งคนอื่นอาจจะไม่เจออย่างผม

Deponia: The Complete Journey - Wake up Goal

สรุปโดยรวม

เป็นเกมที่น่าซื้อมาเล่นเพื่อเสพย์เนื้อเรื่องมาก(ให้ 9/10 เลยละกัน) และยิ่งเหมาะมากกับคนที่ชอบแนวขุดๆคุ้ยๆหาของเพื่อหาทางผ่านเรื่อยๆ(แต่ต้องคุ้ยจริงๆนะ บางอย่างใช้ sense ไม่มีทางผ่าน เพราะมันเกินกว่าจะจินตนาการไปแล้ว) คนที่ไม่ถนัดเล่น puzzle mini game ก็เล่นได้ กด Skip เกมไปก็ผ่านเหมือนกัน แต่อย่างที่บอกว่าสำหรับคนที่ไม่ชอบแนวจบแบบเศร้าก็คิดดูดีๆก่อนละกัน ผมเล่นจบ 3 ภาครวม 20 ชม.ก็รู้สึกผูกพันกับตัวละครพอสมควร ทำให้ตอนจบมันยิ่งรู้สึกเศร้าครับ

ขอให้สนุกกับเกมนี้นะจ้า