[Live] Gone Home Full Playthrough – เล่นยันจบ

รู้สึกว่างอยาก live เกมเก่าๆ จัด Gone Home เกมอินดี้แนวสำรวจบ้าน เป็นเกมที่สั้นมากๆ ไม่ใช่เกมสยองขวัญนะ มาช่วยกันเล่นมา ส่วนถ้าใครสนใจอย่าพึ่งรีบซื้อ ให้รอลดช่วง sale หรือลง bundle นะ

Edna & Harvey: The Breakout Playthrough

อีกเกมเก่ากึ้กจากค่าย Daedalic Entertainment ชื่อว่า Edna & Harvey: The Breakout เก่ากว่าเกม Deponia เสียอีก เป็นเกมที่พัฒนาด้วยภาษา Java ซึ่งตัวเกมไม่รองรับ wide screen และจอเกมเล็กเอามากๆ เข้ามาอยู่ใน Steam เมื่อปี 2013 แต่ตัวเกมนั้นวางขายครั้งแรกตั้งแต่ปี 2008

Edna & Harvey: The Breakout #1 – โรงบาลบ้า

Edna & Harvey: The Breakout #2 – วิ่งไล่จับ

Edna & Harvey: The Breakout #3 – ตั๋ว

Edna & Harvey: The Breakout #4 – เซอร์ไพรส์!!!!!

Edna & Harvey: The Breakout #5 – ผีอัลเฟรด

Edna & Harvey: The Breakout #6 – นักอั้นฉี่ในตำนาน

Edna & Harvey: The Breakout #7 – ผู้มีพลังวิเศษ

Edna & Harvey: The Breakout #8 – ได้เป็นพระราชา

Edna & Harvey: The Breakout #9 – กุญแจมากมาย

Edna & Harvey: The Breakout #10 – วิถีแห่งเซ็น

Edna & Harvey: The Breakout #11 – สู่โลกภายนอก

[จบ] Edna & Harvey: The Breakout #12 – ความจริงที่เจ็บปวด

[จบ] Botanicula Playthrough

Botanicula เกมอินดี้ที่พัฒนาโดย Amanita Design ทีมเดียวกับที่พัฒนาเกม Machinarium เป็นแนว Point&Click Adventure อีกเช่นเคย ไม่มีคำพูดในเกม สื่อสารผ่านภาพตามสไตล์ทีมพัฒนา อันนี้เล่นบน Nox App Player ใช้แทน Bluestacks นะครับ เกมนี้บน Steam ก็มีนะ พอดีได้มาจาก Mobile Bundle ก็เลยเล่นบน android

Botanicula #1 – กุญแจทั้ง 5

Botanicula #2 – ขอพร

Botanicula #3 – นก นก นก

Botanicula #4 – เต่า?

[จบ] Botanicula #5 – แสงสว่างในความมืดมิด

เปิดซิงเกม Secrets of Grindea

Secrets of Grindea เป็นเกม RPG บังคับด้วยปุ่มลูกศรในการเคลื่อนที่และปุ่ม Z X C V ฯลฯ ในการใช้ท่าโจมตี สามารถเล่นได้หลายคน เป็น Early Access นะครับ แต่เกมทำออกมาดีมาก ยากมาก
ในคลิปผมเล่น Arcade Mode นะ เพราะไม่รู้ว่า Story Mode คืออันหลักที่เล่นหลายคนได้ (แล้วทำไมไม่ลองกดดูก่อนฟะ 5555) เดี๋ยวไว้จะอัด Story Mode ตอนเล่นกับเพื่อนมาให้ชมกันอีกทีนะครับ

[จบ] Machinarium Playthrough หุ่นยนต์ตามหารัก

Machinarium เกม Point&Click ที่ได้รับความนิยมสุดๆเกมหนึ่งสำหรับคนที่ชอบแนวนี้ เป็นเกมสมัยปี 2009 ที่พัฒนาด้วย Flash ดำเนินเนื้อเรื่องด้วยภาพวาดที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่มีการใช้ภาษาใดๆทั้งสิ้น ทำให้คนที่ไม่เก่งภาษาก็เล่นได้ไม่ติดขัด (จะติดก็ตอนแก้ puzzle นี่ล่ะ) เป็นเกมหนึ่งที่ผมชอบมากๆสมัยที่เรียนมหาลัย เล่นจบได้ในไม่กี่วัน เรียกว่าติดงอมแงมเลยล่ะ โทนสีของเกมมีเอกลักษณ์ แต่สวยงาม

Machinarium Playthrough หุ่นยนต์ตามหารัก

Machinarium Part 1 – อย่างงี้ก็เนียนหรอ

Machinarium Part 2 – Stealth จริงจัง

Machinarium Part 3 – กินหมา

Machinarium Part 4 – กินแมว

Machinarium Part 5 – ก๋วยเตี๋ยว

Machinarium Part 6 – โคตร puzzle

Machinarium Part 7 – กู้ระเบิด

[จบ] Machinarium Part 8 – อิสรภาพ

แนะนำเกม Hero Siege

Hero Siege เป็นเกม Action เก็บเลเวลโดยสภาพแวดล้อมของเกมเป็นแบบ Rogue-like (คือสุ่มบางอย่าง เช่น สุ่มดันเจี้ยน สุ่มไอเท็มที่ได้) การเล่นแต่ละครั้งจะได้ไม่เหมือนกัน ใน Steam ก็จะลดราคาทุกรอบที่มี Sale แค่ 65% ก็คุ้มแล้วล่ะครับ เพราะเดิมราคาเต็มก็ไม่ได้แพง แค่ 100 กว่าบาท เพราะงั้นจะลดกี่ % ก็ราคาไม่ได้ห่างกันมากนัก

แนะนำเกม Transistor

เกม Transistor เป็นเกมแนว Action ผสมกับความเป็น Tactical ตัวเกมมีความเป็น Sci-fi อยู่มาก ภาพสวย เพลงไพเราะ เป็นเกมที่ออกแนว art อย่างจริงจัง แต่เนื้อเรื่องค่อนข้างจะไม่มีอะไร และงง ที่น่าสนคือเพลงประกอบ ภาพกราฟฟิก และเกมเพลย์

เปิดซิงเกม Relic Hunters Zero

Relic Hunters Zero เป็นเกม shooting ตะลุยด่าน บังคับแบบ WASD และใช้เม้าส์เลื่อนในการเล็งยิง มีทั้งอาวุธและตัวละครให้ปลดล๊อคตามแต่เงื่อนไข เกมนี้มีแต่ Local Co-op นะครับ คือต้องเล่นในเครื่องเดียวกันได้ 2 คน อนาคตก็ไม่แน่อาจจะมีอะไรเพิ่มมาอีก
เกมนี้เล่นฟรี และเป็นเกม open source คือสามารถนำโค้ดเกมมาดัดแปลง หรือจะเพิ่ม mod อะไรเข้าไปก็ได้ในการเล่น นั่นแปลว่าอาจจะมีอะไรเจ๋งๆออกมาจากคนที่เล่นเกมนี้กันเองก็เป็นได้
เกมนี้เซฟบนเครื่องอย่างเดียว ไม่มี cloud รองรับ ถ้าไปลบเซฟที่เล่นมาหายหมดนะ
เกมนี้พัฒนาโดย developer 2 คนจากเกม Chroma Squad และ Dungeonland

รีวิวเกม Transistor

Transistor เป็นเกมแนว Action RPG ที่มีความสวยงามของภาพ กราฟฟิก และเสียงเพลงที่เข้ากันอย่างลงตัว พัฒนาโดยทีมเดียวกับผู้สร้างเกม Bastion ผมแนะนำอย่างยิ่งให้ใช้จอยเล่น เป็นเกมที่ทำมาเพื่อเล่นด้วยจอยโดยเฉพาะ

เกมนี้จะได้เดินตะลุยดุ่มๆตีมอนสเตอร์(ในเกมเรียกว่า The Process) โผล่มาแล้วซัดเลยแบบงงๆ ตัวเกมมีเนื้อเรื่องแต่ผมรู้สึกเนื้อเรื่องเข้าถึงยาก ผมไม่เข้าใจเนื้อเรื่องเลยล่ะ 5555 ในเกมเราจะได้รับบทเป็นนักร้องชื่อดังนามว่า Red เปิดเกมมาจะเจอกับศพแฟนเราโดนดาบเสียบอยู่ และ(คิดว่า)วิญญาณของแฟนเราจะไปอยู่ในดาบ ซึ่งดาบนี้มีชื่อเรียกว่า The Transistor สามารถกักเก็บวิญญาณของคนที่เสียชีวิตได้

ระบบต่อสู้เกมนี้จะผสมผสานระหว่าง Action และ Strategy เข้าด้วยกัน โดยจะมีปุ่มหยุดเวลา ให้เราใช้ท่าต่างๆจนกว่าหลอดหรือ Action Bar จะเต็ม ซึ่งแต่ละการกระทำทั้งการใช้สกิล เดินจะใช้แต้มในหลอดไม่เท่ากัน ขึ้นกับสกิลนั้นๆ

รีวิวเกม Transistor

ข้อดี / จุดเด่นของเกม

  • ภาพสวยมากๆ ทำออกมาเป็นงานศิลปะโดยแท้
  • เพลงเพราะ และงดงามเข้ากับตีมเกม
  • ระบบต่อสู้ที่แปลกใหม่ ผสมกันระหว่าง Action และ Strategy โดยจะมีทั้งเดินโจมตี แล้วก็ปุ่มหยุดเวลาเพื่อเข้าโหมด strategy ให้เราวางแผนและใช้สกิลต่างๆได้จนกว่าหลอด Action Bar จะเต็ม (เสมือนตัวเราจะเคลื่อนทีด้วยความเร็วสูงมากๆ หลังกดยืนยันใช้ท่าต่างๆ)
  • สกิลมีหลากหลายแบบ(ในเกมจะเรียกว่า Functions) ซึ่ง 1 สกิลเป็นได้ทั้ง Active Skill, Passive Skill เราสามารถเอาสกิลนึงไปเสริมความสามารถของอีกสกิลหนึ่งก็ได้ หรือจะเอามาเสริมให้กับตัวเราเองก็ได้
  • มีระบบเลเวลเพื่อปลดล๊อคสกิล หรือ slot ใส่สกิลต่างๆเพิ่มเติม
  • ปรับแต่งปุ่มบังคับได้ตามใจชอบ
  • มีปลดล๊อคตัวปรับแต่งความยากในเกม(ในเกมจะเรียกว่า Limiters) ซึ่งยิ่งใส่เยอะยิ่งเพิ่ม Bonus EXP ทำให้เลเวลขึ้นเร็วขึ้น เช่น บางอันใส่แล้วจะทำให้มอนสเตอร์โจมตีแรงขึ้น 2 เท่า(โดนทีอ้วก) แต่ก็จะได้ exp สูงขึ้น 4%
  • เมื่อจบเกมจะสามารถกลับไปเริ่มเล่นแต่แรกใหม่อีกรอบได้ แต่ยังคงเลเวลและสกิลที่ปลดล๊อคไปแล้วไว้ให้
  • มีพื้นที่ส่วนตัว สำหรับเล่น Challenge และพักผ่อนฟังเพลงได้ เรียกว่า Backdoor จะโผล่มาตามที่ต่างๆ เมื่อเล่นตะลุยไปจุดหนึ่ง
  • ระบบต่อสู้ท้าทาย และยากพอตัว ยิ่ง Boss Fight นี่ยิ่งตื่นเต้นจนเหงื่อออกเลยทีเดียว

รีวิวเกม Transistor

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เนื้อเรื่องผมงงชิบหาย คือไม่รู้เรื่องจริงจัง ผมอาจจะเข้าไม่ถึงเองก็ได้ เท่าที่พอจับความได้คือเราโดนทรยศโดยกลุ่มเพื่อนกลุ่มนึง และโดน The Process ตามล่า แฟนเราตายและไปสิงสถิตอยู่ในดาบ The Transistor เราออกล่าหัวพวกเพื่อนทรยศเหล่านั้นให้หมด ผมจับเนื้อเรื่องได้แค่นี้จริงๆ ไม่เข้าใจที่มาที่ไปเลย
  • ตัวเกมไม่มีเมนูจัดเป็นหลักเป็นแหล่ง เปิดเกมมาก็อยู่ในฉากเกมเลย จะเข้าพื้นที่ส่วนตัวอย่ง Backdoor ก็ต้องตะลุยไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอ

รีวิวเกม Transistor

สรุป

ผมชอบภาพและเพลงเกมนี้มากๆ คือมันสุดยอดของความงามครับ ตอนนี้ผมเริ่มอยากซื้อ DLC Soundtrack มาเก็บไว้ฟังแล้ว เกมเพลย์ก็ตื่นตา แปลกใหม่ดี สนุกในการเล่น ถึงแม้เนื้อเรื่องจะงงกิมกี่ก็เถอะ แต่สุดท้ายแล้วก็จบโคตรซึ้งเลยครับ เป็นเกมที่แนะนำให้เล่นจริงจังนะ รอตอน Steam Sale มีลด 75% แน่นอนครับผม

รีวิวเกม: Machinarium

เกม Machinarium เป็นอีก 1 เกมเก่าที่มีคุณภาพ เกมนี้ตั้งแต่ปี 2009 เป็นเกมแนว Point&Click ที่เยี่ยมเกมหนึ่ง พัฒนาด้วย Flash ผมเล่นจบมานานหลายๆปีแล้วนึกได้ จึงลองเขียนรีวิวขึ้นมา

เกมนี้เนื้อเรื่องคลาสสิกมาก คือแฟนตัวเอกถูกคนร้ายจับตัวไป จึงต้องออกเดินทางเพพื่อไปช่วยเธอ ตัวเกมไม่มีการพูดใดๆทั้งนั้น สื่อด้วยภาพวาดทั้งหมด ซึ่งก็เข้าใจได้ง่ายกว่าการพูดเสียด้วยซ้ำ

Machinarium

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • ภาพการ์ตูนดูสวยแนวสไตล์สีหม่นๆหน่อย
  • ตัวเกมเข้าใจได้ไม่ยาก
  • Puzzle ภายในเกมค่อนข้างท้าทาย ใช้ความคิดหน่อย
  • ในบางฉากจะมีการไบ้อยู่แล้วว่าเราต้องทำอย่างไรให้ผ่านไปได้ โดยไม่ได้บอกตรงๆ จะเป็นการแสดงให้ดูอ้อมๆ
  • แฝงมุกตลกในตัวเกมอยู่พอสมควร
  • ตัวเกมจะผ่านไปเป็นช่วงๆ ไม่มีการวกกลับมาที่จุดเดิม

Machinarium

จดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เนื้อเรื่องไม่มีอะไร ด้วยความที่คลาสสิก มีแค่ไปช่วยนางเอก แล้วก็จบ
  • อาจมีบ้างบางฉากที่ไม่ได้บอกไบ้อะไรเลย ทำให้ติดแหง็กอยู่นานเหมือนกัน

Machinarium

สรุป

เป็นอีก 1 เกมที่สนุก เล่นเพลินดีครับ ผมเล่นจนจบเกมด้วยการเล่นติดต่อกันเลย แต่จำไมไ่ด้ว่าใช้เวลากี่ชม.ในการเคลียร์ จำได้แค่ว่าค่อนข้างนานอยู่เหมือนกัน เกมนี้ไม่แนะนำให้ซื้อราคาเต็มเพราะเกมเก่าแล้ว ลองดูช่วง Sale น่าจะมีลดแหละ(แต่ผมก็ไมไ่ด้เช็คนะ เพราะมีเกมแล้ว) อาจจะเคยลงพวก Bundle แล้วด้วย ก็ลองๆดูกันไปครับ

รีวิวเกม: World of Goo

World of Goo เป็นเกมโคตรเก่าสมัยปี 2008 ซึ่งเป็นที่กล่าวขานถึงความสนุกในยุคนั้นพอสมควร ผมก็เล่นจบไปช่วงปีนั้นแหละ แต่มาระลึกเขียนเป็นรีวิวทีหลัง 555 แต่ตัวเกมมันก็น่าประทับใจจนค่อนข้างจะจำรายละเอียดได้เยอะนะ ตอนนั้นผมเล่นเถื่อนครับ ตอนนี้ซื้อมาไถ่บาป 555 แต่มันเคยลง Bundle ไปแล้วนะ

เกม World of Goo เป็นเกมแนว Puzzle เพียวๆแบบโคตรอินดี้ โดยผสมผสานเข้ากับระบบฟิสิกส์ เป้าหมายของเกมคือลุยแต่ละด่านให้ผ่าน คุณต้องนำตัวกลมๆดำๆที่เรียกว่า Goo มาต่อสร้างเป็นฐาน หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อให้โยงไปถึงท่อ แล้วจะผ่านด่าน

World of Goo

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • เป็น Puzzle ไม่กี่เกมที่ผสมเข้ากับระบบฟิสิกส์แบบจัดเต็ม
  • ระดับความยากมีความท้าทายในทุกๆด่าน และจะยากขึ้นตามลำดับ
  • ไม่มีด่านไหนมุกซ้ำเดิมเลย ต้องคิดเพิ่มตลอด
  • บางด่านมีลูกเล่นมาก เช่น ลูกโป่งที่จะทำให้โครงสร้างที่มีหรือที่เราสร้างขึ้นลอยขึ้นไปได้
  • กราฟฟิกจะออกแนวน่ารักๆ เป็นภาพการ์ตูน
  • เกมเพลย์เข้าใจง่าย แต่ก็ต้องใช้สมองพอสมควรเช่นกัน
  • มีในหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง PC และมือถือ

World of Goo

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • ตัวเกมเป็น Puzzle เพียวมากๆ ไม่มีส่วนอื่นประกอบเลย อาจไม่ใช่เกมสำหรับทุกคน (แต่ผมไม่ชอบ Puzzle ก็ยังเล่นแล้วติดนะ)
  • เนื้อเรื่องไม่มีแน่นอน ฉากจบก็ออกแนวติสแตก ไม่เข้าใจจะสื่ออะไร 555

World of Goo

สรุป

เป็นเกมที่เล่นฆ่าเวลาได้ดีครับ(แต่ตอนนั้นติดจนเล่นติดๆกันทั้งวันจนจบเกม -*-) แนะนำให้รอลง Bundle อีกครั้งที่เป็นสำหรับมือถือนะ ไม่ค่อยแนะนำให้เล่นบน PC เพราะถ้าเทียบกับเกมอื่นๆแล้ว เกมอื่นมันก็น่าเล่นกว่าหลายขุม จะกลายเป็นดองยาว 555

รีวิวเกม: Edna & Harvey: The Breakout

Edna & Harvey: The Breakout เป็นเกมในค่าย Daedalic Entertainment ทีมเดียวกับที่สร้างเกม Deponia: The Complete Journey

เกมนี้เป็นเกมเก่าสมัยปี 2013 ซึ่งพัฒนาด้วยภาษา Java แนวเกมคือ Point&Click เช่นเคย

ในเกมเราจะได้เล่นเป็น Edna หญิงสาวที่ความจำเสื่อม และ Harvey ตุ๊กตากระต่ายคู่หูที่พูดได้(เฉพาะในสายตาเธอ) โผล่มาก็จะอยู่ในห้องกักกันของโรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่ง จุดมุ่งหมายคือต้องหาว่าเราเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ และก็จะเกิดปริศนาต่อๆไปให้เราตามหากัน

Edna & Harvey: The Breakout

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • เนื้อเรื่องสนุก ตลก ปนเศร้าบ้าง
  • เสียงพากย์ทำได้เยี่ยมมาก ซึ่งเป็นจุดเด่นของค่ายนี้อยู่แล้ว Voice actor มาเต็ม
  • ภาพออกแนวการ์ตูนยุคเก่า ที่ไม่ได้ดูสวยงาม แต่คงความคลาสสิก

Edna & Harvey: The Breakout

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เกมนี้บางอย่างก็ยังคงความมึนงงในการไขปริศนาอยู่ หากคุณไม่ใช่สายขุดคุ้น ค้นหาด้วยตัวเอง แนะนำให้เปิด walkthrough เล่นไปเลย(ผมก็ทำเช่นกัน) แล้วดูเนื้อเรื่องเอาสนุกดีกว่า
  • ไม่มี tutorial สอนใดๆทั้งนั้น แรกๆคงจะมึนงงกันหนัก
  • การบังคับทำออกมาได้ค่อนข้างไม่ดี เช่น เวลาจะใช้ของ คุณต้องกดที่ปุ่ม Use แล้วค่อยเลือกของ แทนที่จะทำให้กดที่สิ่งของไปได้เลย
  • มีบั๊กตัวเป้งเลยครับ จะมีช่วงนึงที่เราต้องสลับเมนูอาหาร แล้วมันเกิดบั๊ก สลับเมนูไม่ได้ แล้วค้างอยู่ในหน้าเมนูอาหารนั้น ออกไม่ได้ วิธีแก้คือต้องเปลี่ยนเป็นภาษาเยอรมันแล้วเล่นให้ผ่านช่วงนี้ไป ค่อยสลับภาษากลับ (อ้างอิง: http://bit.ly/1faCAUC)
  • โหลดฉากได้ช้า
  • เวลาสั่งให้ตัวละครเดินไปอีกห้อง ต้องรอมันเดินไปจนถึงประตู ต่างกับเกมใหม่ๆที่สามารถดับเบิ้ลคลิกเพื่อไม่ต้องดูตัวละครเดิน
  • ไม่มีระบบ skip เหตุการณ์
  • มีเหตุการณ์ที่ต้องทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่เยอะ น่ารำคาญพอสมควร
  • ภาษาอังกฤษต้องได้ระดับนึง แนะนำให้เปิดดิกควบไปด้วย จะทำให้พัฒนาศัพท์ได้มาก

Edna & Harvey: The Breakout

สรุป

ที่เห็นข้อเสียบานตะไท อย่าพึ่งคิดว่าเกมมันห่วยนะครับ ผมคิดว่าน่าจะด้วยเกมเก่า และทีมพัฒนาจำกัด ทำให้เกมเพลย์ออกมาไม่ค่อยน่าประทับใจนัก แต่ถ้าคุณทนกับเกมเพลย์น่าหงุดหงิดนี้ได้ มันเป็นเกมที่เนื้อเรื่องดีเกมหนึ่งเลย (แต่ไม่สู้ Deponia นะ) หรืออาจจะไปดูพวกนักแคสเกมเล่นเอาแทนก็ย่อมได้เช่นกัน ระหว่างเล่นเกมไปก็คอยเซฟเกมไว้เป้นระยะๆนะครับ กลัวว่าจะบั๊กต้องเล่นใหม่

Tips เล็กน้อย

คุณสามารถกด Space bar เพื่อดูได้ว่าในฉากๆนั้นมีอะไรที่สามารถคลิกได้บ้าง

Walkthrough ที่ผมใช้: http://bit.ly/1faDhgG

รีวิวเกม Life Is Strange (Episode 1 – Chrysalis)

Life Is Strange เป็นเกมที่เปี่ยมไปด้วยเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ซึ่งโผล่โพร่งมามีแต่ปริศนาให้คิดเต็มไปหมด มีอะไรๆให้เราขุดคุ้ยมากมาย เกมนี้พัฒนาโดยทีม Square Enix ซึ่งผมได้ซื้อมาราคาเต็ม 159 บาทสำหรับ ep. แรกเท่านั้น หรือชื่อเต็มๆว่า Life is Strange: Episode 1 – Chrysalis

เกมนี้เราจะได้รับบทเป็น Max Caulfield สาวน้อยสุดเนิร์ดที่มีความใฝ่ฝันจะเป็นช่างภาพชื่อดัง เธอเหมือนเด็กนักเรียนธรรมดาทั่วๆไปที่เรียนในโรงเรียนมัธยมปลาย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น ทำให้เธอค้นพบว่าเธอมีความสามารถในการ “ย้อนเวลา” และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ

Life Is Strange

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • ตัวเกมมีเนื้อเรื่องที่น่าติดตามอย่างมาก ทำออกมามีเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ทำให้ยิ่งอยากเล่น episode ต่อๆไปไวไว
  • มีตัวเลือกมากมายที่มีผลกระทบกับเนื้อเรื่องของเราให้เลือกทำ ซึ่งหลายๆตัวเลือกจะเจอต่อเมื่อเราขุดคุ้ย และค้นพบอะไรบางอย่างให้เราเลือกกระทำเท่านั้น
  • ภาพกราฟฟิกที่สวยงาม
  • เพลงประกอบในเกมเพราะมาก ฟังเพลิน และเหมาะกับบรรยากาศในเกมอย่างลงตัว
  • ตัวเกมเข้าใจง่ายมากๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย เกมจะค่อยๆสอนการเล่นไปเองในตัวทีละนิดๆ

Life Is Strange

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • คำศัพท์บางคำค่อนข้างยาก อาจต้องเปิด dict ไปด้วยเล่นไปด้วยสำหรับบางคน

Life Is Strange

สรุป

เป็นเกมที่คุ้มค่ายิ่งกว่าราคาอย่างมาก และ ep. แรกนั้นไม่ได้แพงอะไรเลย เพียง 159 บาทเท่านั้น แต่เนื้อเรื่องเจ๋งกว่าหนังโรงหลายๆเรื่องด้วยซ้ำ เกมเพลย์ไหลลื่น ไม่มีอะไรทำให้รู้สึกหงุดหงิดเวลาเล่นเลยแม้แต่น้อย ข้อเสียเดียวที่ผมคิดออกคือเรื่องคำศัพท์ ซึ่งมันก็เป็นโอกาสดีที่ทำให้เราเรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆเพิ่มขึ้นด้วยแหละ อาจไม่ใช่ข้อเสียซะเดียว ถือว่าเกมนี้ทำออกมาได้เจ๋งกว่าแนวนี้หลายๆเกมเลยทีเดียว(และในความคิดเห็นส่วนตัวคือดีกว่าของทีม Telltales อย่างมาก)

รีวิวเกม Symphony

Symphony เป็นเกมยานแอคชั่นสุดมันส์แบบอินดี้ๆ ตะลุยด่านไปเรื่อยๆเพื่อปลดล๊อคอาวุธและอัพเกรดของต่างๆให้ยานเราแข็งแกร่งขึ้นได้ ซึ่งด่านแต่ละด่านจะสร้างขึ้นจากเพลงที่เราเลือกในเครื่องเรา ซึ่งจังหวะเพลงจะเป็นตัวกำหนดศัตรูว่าออกมาช่วงไหน และยิงโจมตีเรายังไงได้เลย(ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยล่ะ) เรามาดูจุดเด่น จุดด้อยของเกมกันเลยดีกว่า

Symphony

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • ได้มันส์กับเกมยานยิงๆในรูปแบบคลาสสิก
  • สามารถเปลี่ยนอาวุธ อัพเกรดของเพื่อปรับแต่งยานต่างๆได้ เช่น ตำแหน่งที่จะวางอาวุธแต่ละแบบ ซึ่งอาวุธแต่ละชิ้นก็จะมีความถี่ในการยิงขึ้นกับจังหวะเพลงด้วยเช่นกัน
  • เลือกเพลงมาสร้างเป็นด่าน จังหวะดนตรีจะเป็นตัวกำหนดความเร็วของเกมอย่างมาก หากใช้เพลงเร็วๆจะรู้สึกอินกับเพลงและมันส์กับการยิงศัตรูมากเลย
  • มีทั้งบน Steam, Android และ iOS สามารถเลือกซื้อได้ตามสะดวก หากเป็นบน PC จะใช้เม้าส์ในการบังคับทิศทาง(ตัวบานเหมือนเป็น cursor เม้าส์) ส่วนพวกมือถือก็ใช้นิ้วเลื่อนไปมาเอา ปืนนั้นจะยิงเองอัตโนมัติตามจังหวะดนตรีอยู่แล้ว

Symphony

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • ถ้าชื่อเพลงไม่ใช่ภาษาอังกฤษบางทีอาจทำให้ตัวเกมไม่สามารถสร้างด่านจากเพลงนั้นได้
  • ถ้าต้องการจะสร้างด่านจากพวกเพลงนามสกุลบางตัวที่ไม่มีแต่เดิม เช่น ของ iTune(.m4a) ต้องซื้อ DLC เพิ่มเติมเพื่อสามารถ import เพลงเหล่านี้ได้
  • เกมค่อนข้างซ้ำไปซ้ำมา เปลี่ยนก็คือจังหวะเพลงที่ทำให้แต่ละด่านดูต่างกัน (ก็คงเพราะมันเป็นเกม Casual)

Symphony

สรุป

โดยรวมแล้วเป็นเกมที่เล่นเพลินเพื่อฆ่าเวลาตามสไตล์เกม Casual ทั่วไป แต่มีความแปลกใหม่ในการสร้างด่านขึ้นมาจากเพลงในลิสต์ของเครื่องเรา ซึ่งหากยิ่งเล่นกับเพลงเร็วๆ ร๊อคๆด้วยแล้วจะยิ่งทำให้รู้สึกถึงความมันส์ที่เพิ่มขึ้นมาอีกพอสมควร แต่เคยลง Bundle หลายครั้งอยู่เหมือนกัน แนะนำให้รอรอบหน้าค่อยซื้อจะคุ้มสุดครับ