แนะนำเกม OTTTD

OTTTD เดิมเป็นเกมบนมือถือที่มีทั้งบน Android และ iOS ตอนหลังมีพอร์ตมาลง PC อยุ่บน Steam คิดว่าพัฒนาด้วย Unity 3D มีภาพการ์ตูนที่ออกจะสวยงาม เป็นเกมแนว TD ที่มีตัวละครหรือฮีโร่ให้บังคับด้วยสูงสุด 3 ตัว เมื่อผ่านด่านใหม่ๆไปจะเริ่มปลดล๊อคป้อมปืนใหม่ๆ ฮีโร่ตัวใหม่ มีระบบเก็บเลเวล ระบบสกิลปั๊มเงินไปซื้ออาวุธและชุดเกราะให้ฮีโร่

เกมนี้เหมาะกับการเล่นฆ่าเวลาเนื่องจากเนื้อหาของเกมไม่ได้มีอะไรมากมาย

หากอยากสอยนะครับ แนะนำให้รอลดราคาหนักๆเพราะเกมนานพอสมควรละ หรือรอลงพวก Bundle ไปเลย เพราะเคยลงไปหลายรอบแล้วครับ

iOS: https://itunes.apple.com/en/app/otttd/id832131498
Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.smgstudio.otttd
Steam: http://store.steampowered.com/app/312630/

[18+] แนะนำเกม Sakura Clicker

Sakura Clicker เป็นเกมแนว Clicker ที่ต้อง click เพื่อทำ damage ใส่มอนสเตอร์ แต่มอนสเตอร์ในเกมนี้จะเป็นสาวหูสัตว์น่ารัก อกสะบึม เป็นเกมที่ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปนะ

รีวิวเกม: World of Goo

World of Goo เป็นเกมโคตรเก่าสมัยปี 2008 ซึ่งเป็นที่กล่าวขานถึงความสนุกในยุคนั้นพอสมควร ผมก็เล่นจบไปช่วงปีนั้นแหละ แต่มาระลึกเขียนเป็นรีวิวทีหลัง 555 แต่ตัวเกมมันก็น่าประทับใจจนค่อนข้างจะจำรายละเอียดได้เยอะนะ ตอนนั้นผมเล่นเถื่อนครับ ตอนนี้ซื้อมาไถ่บาป 555 แต่มันเคยลง Bundle ไปแล้วนะ

เกม World of Goo เป็นเกมแนว Puzzle เพียวๆแบบโคตรอินดี้ โดยผสมผสานเข้ากับระบบฟิสิกส์ เป้าหมายของเกมคือลุยแต่ละด่านให้ผ่าน คุณต้องนำตัวกลมๆดำๆที่เรียกว่า Goo มาต่อสร้างเป็นฐาน หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อให้โยงไปถึงท่อ แล้วจะผ่านด่าน

World of Goo

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • เป็น Puzzle ไม่กี่เกมที่ผสมเข้ากับระบบฟิสิกส์แบบจัดเต็ม
  • ระดับความยากมีความท้าทายในทุกๆด่าน และจะยากขึ้นตามลำดับ
  • ไม่มีด่านไหนมุกซ้ำเดิมเลย ต้องคิดเพิ่มตลอด
  • บางด่านมีลูกเล่นมาก เช่น ลูกโป่งที่จะทำให้โครงสร้างที่มีหรือที่เราสร้างขึ้นลอยขึ้นไปได้
  • กราฟฟิกจะออกแนวน่ารักๆ เป็นภาพการ์ตูน
  • เกมเพลย์เข้าใจง่าย แต่ก็ต้องใช้สมองพอสมควรเช่นกัน
  • มีในหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง PC และมือถือ

World of Goo

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • ตัวเกมเป็น Puzzle เพียวมากๆ ไม่มีส่วนอื่นประกอบเลย อาจไม่ใช่เกมสำหรับทุกคน (แต่ผมไม่ชอบ Puzzle ก็ยังเล่นแล้วติดนะ)
  • เนื้อเรื่องไม่มีแน่นอน ฉากจบก็ออกแนวติสแตก ไม่เข้าใจจะสื่ออะไร 555

World of Goo

สรุป

เป็นเกมที่เล่นฆ่าเวลาได้ดีครับ(แต่ตอนนั้นติดจนเล่นติดๆกันทั้งวันจนจบเกม -*-) แนะนำให้รอลง Bundle อีกครั้งที่เป็นสำหรับมือถือนะ ไม่ค่อยแนะนำให้เล่นบน PC เพราะถ้าเทียบกับเกมอื่นๆแล้ว เกมอื่นมันก็น่าเล่นกว่าหลายขุม จะกลายเป็นดองยาว 555

รีวิวเกม The Room Two

The Room Two เป็นเกมภาคต่อของ The Room เกม puzzle 3D ที่มีแนวการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ ในภาคนี้ก็ยังคงเกมเพลย์แบบเดิมครับ แต่เพิ่มลูกเล่นและความท้าทายเพิ่มขึ้นมาพอสมควร ทำให้ตัวเกมมีอรรถรสมากขึ้น

The Room Two

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • ยังคงเป็นเกมที่มีกราฟฟิกสวยงามเหมือนเดิมครับ
  • คงความเป็น 3D Puzzle ที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม
  • ความท้าทายสูงขึ้นจากภาคก่อน ปกติภาคแรกในด่านๆนึงเราจะง่วนกับกล่องๆเดียวจนจบด่าน แต่ภาคนี้บางด่านมาให้แก้ที 3 จุดเลยทีเดียว
  • มีคำไบ้เหมือนภาคก่อน แต่ภาคนี้ไว้ซ้ายบนครับ
  • ภาคนี้มีเสียงและภาพค่อนข้างหลอนกว่าภาคที่แล้วมาก (แต่ก็ยังไม่ใช่แนว Horror นะ หรือทีมพัฒนากำลังเตรียมตัวไปทำแนวนั้นก็ไม่รู้)

The Room Two - Stage 1

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • กินสเปค กินแบตเหมือนเดิม(หรือหนักกว่าเดิม?) เล่นนานๆแบตหมด เครื่องร้อนมากๆ
  • เนื้อเรื่องยังคงเข้าไม่ถึงเช่นเคย (นี่มันเป็นเอกลักษณ์ฺเฉพาะของทีมพัฒนานี้เรอะ?)

The Room Two

สรุป

ยังคงเป็นเกมที่น่าซื้อมาเล่นอีกเหมือนเดิม สำหรับภาคนี้สนุกกว่าภาคเดิมพอสมควร ด้วยความที่มีลูกเล่นและความท้าทายเพิ่มขึ้นด้วย และเห็นแว่วๆว่ากำลังพัฒนาภาค 3 แล้ว รีบๆซื้อมาเล่นให้ครบก่อนภาค 3 จะมาละกันนะครับ

รีวิวเกม The Room

เกม The Room เกมนี้ที่จริงผมเล่นจบมาเป็นปีแล้วล่ะ ก่อนที่จะเริ่มเขียน blog นี้เสียอีก แต่เนื่องจากพึ่งเล่นภาค 2 จบ และอยากเขียนรีวิว แต่ไม่อยากข้ามภาคก็เลยต้องมานั่งระลึกความของภาคแรกมาลงเสียก่อน 555

เกมนี้เป็นเกมแนว puzzle บนมือถือครับ มีภาพกราฟฟิกที่สวยงาม(มากๆ) เป็น 3D ล้วนๆ โดยคุณต้องแก้ปริศนาเพื่อผ่านด่านโดยการเปิดกล่องตรงหน้าให้ได้ อารมณ์เดียวกับเกมแนว Escape the room ที่ต้องหาของมาแก้ปริศนาเพื่อหนีออกจากห้อง

The Room

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • กราฟฟิกสวยงามมากๆครับ ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ
  • เป็น 3D puzzle ซึ่งผมรู้สึกว่าไม่ค่อยจะหาเล่นได้ง่ายนักนะ
  • ปริศนามีความท้าทายในระดับนึงครับ ไม่ได้ง่ายหรือยากจนเกินไป ใครๆก็เล่นได้
  • มี Tutorial ที่สอนวิธีเล่นอย่างชัดเจน ไม่ต้องกลัวว่าจะเล่นไม่เป็น
  • เสียงเอ็ฟเฟ็กต์ที่ทำออกมาได้ดี ทำให้ยิ่งรู้สึกเอ็นจอยกับเกม (จะเสียงเปิดล๊อค เสียงเจอของต่างๆ บลาๆ)
  • มีคำใบ้ให้ด้วย หากคุณติดอยู่กับที่ๆนึงสักพัก เกมจะมีเครื่องหมาย ? ที่มุมขวาบนเพื่อกดขอคำใบ้เพื่อไปต่อได้ ไม่ต้องนั่งหงุดหงิดกับที่เดิมนานๆ

The Room - Tutorial

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เป็นเกมที่ดูเหมือนจะมีเนื้อเรื่องนะ แต่ผมพยายามอ่านตัวหนังสือทุกตัวในเกมแล้ว ก็ไม่เข้าใจว่าผู้พัฒนาจะสื่อถึงอะไร (หรือผมหัวไม่ถึงก็ไม่ทราบนะ)
  • จากกราฟฟิกสวยงาม ทำให้เครื่องร้อนมากๆ และแบตหายไปอย่างรวดเร็ว หากเป็นมือถือรุ่นเก่าๆอาจเล่นไม่ได้เลยก็ได้ (ส่วนตัวผมใช้ Asus padfone 2)

The Room - Stage 2

สรุป

เป็นเกมที่สร้างออกมาได้ดี เล่นสนุก แก้เครียดได้(หรือเครียดหนักกว่าเดิม?) ถ้าเป็นแฟนๆแนว puzzle แก้ปริศนาแล้วล่ะก็ เกมนี้ห้ามพลาดจริงๆ รอสอยช่วงลดราคาก็ได้ครับ ผมซื้อมาในราคา $0.99 เท่านั้น (ตกประมาณ 30 บาท) ส่วนภาค 2 ผมจะมารีวิวอีกรอบในบทความหน้านะครับ

Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.FireproofStudios.TheRoom&hl=en
iOS: https://itunes.apple.com/en/app/the-room/id552039496?mt=8

รีวิวเกม Symphony

Symphony เป็นเกมยานแอคชั่นสุดมันส์แบบอินดี้ๆ ตะลุยด่านไปเรื่อยๆเพื่อปลดล๊อคอาวุธและอัพเกรดของต่างๆให้ยานเราแข็งแกร่งขึ้นได้ ซึ่งด่านแต่ละด่านจะสร้างขึ้นจากเพลงที่เราเลือกในเครื่องเรา ซึ่งจังหวะเพลงจะเป็นตัวกำหนดศัตรูว่าออกมาช่วงไหน และยิงโจมตีเรายังไงได้เลย(ฟังดูน่าสนใจใช่มั้ยล่ะ) เรามาดูจุดเด่น จุดด้อยของเกมกันเลยดีกว่า

Symphony

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • ได้มันส์กับเกมยานยิงๆในรูปแบบคลาสสิก
  • สามารถเปลี่ยนอาวุธ อัพเกรดของเพื่อปรับแต่งยานต่างๆได้ เช่น ตำแหน่งที่จะวางอาวุธแต่ละแบบ ซึ่งอาวุธแต่ละชิ้นก็จะมีความถี่ในการยิงขึ้นกับจังหวะเพลงด้วยเช่นกัน
  • เลือกเพลงมาสร้างเป็นด่าน จังหวะดนตรีจะเป็นตัวกำหนดความเร็วของเกมอย่างมาก หากใช้เพลงเร็วๆจะรู้สึกอินกับเพลงและมันส์กับการยิงศัตรูมากเลย
  • มีทั้งบน Steam, Android และ iOS สามารถเลือกซื้อได้ตามสะดวก หากเป็นบน PC จะใช้เม้าส์ในการบังคับทิศทาง(ตัวบานเหมือนเป็น cursor เม้าส์) ส่วนพวกมือถือก็ใช้นิ้วเลื่อนไปมาเอา ปืนนั้นจะยิงเองอัตโนมัติตามจังหวะดนตรีอยู่แล้ว

Symphony

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • ถ้าชื่อเพลงไม่ใช่ภาษาอังกฤษบางทีอาจทำให้ตัวเกมไม่สามารถสร้างด่านจากเพลงนั้นได้
  • ถ้าต้องการจะสร้างด่านจากพวกเพลงนามสกุลบางตัวที่ไม่มีแต่เดิม เช่น ของ iTune(.m4a) ต้องซื้อ DLC เพิ่มเติมเพื่อสามารถ import เพลงเหล่านี้ได้
  • เกมค่อนข้างซ้ำไปซ้ำมา เปลี่ยนก็คือจังหวะเพลงที่ทำให้แต่ละด่านดูต่างกัน (ก็คงเพราะมันเป็นเกม Casual)

Symphony

สรุป

โดยรวมแล้วเป็นเกมที่เล่นเพลินเพื่อฆ่าเวลาตามสไตล์เกม Casual ทั่วไป แต่มีความแปลกใหม่ในการสร้างด่านขึ้นมาจากเพลงในลิสต์ของเครื่องเรา ซึ่งหากยิ่งเล่นกับเพลงเร็วๆ ร๊อคๆด้วยแล้วจะยิ่งทำให้รู้สึกถึงความมันส์ที่เพิ่มขึ้นมาอีกพอสมควร แต่เคยลง Bundle หลายครั้งอยู่เหมือนกัน แนะนำให้รอรอบหน้าค่อยซื้อจะคุ้มสุดครับ