[Live] Brothers – A Tale of Two Sons Full Playthrough – เล่นยันจบอะ

เกมนี้มันประมาณ 3ชม. ไม่เกิน 4ชม.มั้ง เคยเล่นจบไปแล้ว แต่อยากทะยอยเล่นเกมที่เคยเล่นแล้วมาลงใน channel ด้วย เกมนี้มันสั้นก็เลยจัดซะหน่อย และ live ไปเลยละกันขี้เกียจ render วีดีโอ

[จบ] Botanicula Playthrough

Botanicula เกมอินดี้ที่พัฒนาโดย Amanita Design ทีมเดียวกับที่พัฒนาเกม Machinarium เป็นแนว Point&Click Adventure อีกเช่นเคย ไม่มีคำพูดในเกม สื่อสารผ่านภาพตามสไตล์ทีมพัฒนา อันนี้เล่นบน Nox App Player ใช้แทน Bluestacks นะครับ เกมนี้บน Steam ก็มีนะ พอดีได้มาจาก Mobile Bundle ก็เลยเล่นบน android

Botanicula #1 – กุญแจทั้ง 5

Botanicula #2 – ขอพร

Botanicula #3 – นก นก นก

Botanicula #4 – เต่า?

[จบ] Botanicula #5 – แสงสว่างในความมืดมิด

[จบ] Deponia The Complete Journey ตะลุยเกมผจญภัยที่วุ่นวาย

Deponia The Complete Journey เกมนี้ผมเคยรีวิวไปแล้ว แต่ที่จริงคือรีวิวจากภาคแยก 3 ภาค และผมก็ได้ซื้อภาครวมมาอีกเพื่อเล่นใหม่และอัดคลิปเป็น Playthrough ลง channel 

Deponia The Complete Journey ตะลุยเกมผจญภัยที่วุ่นวาย

เกมนี้เนื้อเรื่องดีมาก เราจะได้รับบทเป็น Rufus เป็นตัวละครอารมณ์ประมาณเด็กเหลือขอ เพราะแม่จากไปตั้งแต่เด็ก ส่วนพ่อก็ทิ้งไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อีก ทำไมเขาเติบโตมาด้วยตัวเอง จึงเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างหนัก เขาใฝ่ฝันที่จะออกจาก Deponia เมืองข้างล่างที่เต็มไปด้วยขยะ ขึ้นไปที่เมืองลอยฟ้าชื่อว่า Ellysium ที่เขาคิดว่าเป็นเมืองที่ศิวิไล

Deponia The Complete Journey #1 – แปรงที่หายไป

Deponia The Complete Journey #2 – จรวดหรรษา

Deponia The Complete Journey #3 – เจ้าหญิงนิทรา

Deponia The Complete Journey #4 – ปลุกเจ้าหญิง

Deponia The Complete Journey #5 – Toni น่าสงสาร

Deponia The Complete Journey #6 – ก้าวแรกสู่การผจญภัย

Deponia The Complete Journey #7 – ลุยไปเลยแม็กนั่ม

Deponia The Complete Journey #8 – แผนร้าย

Deponia The Complete Journey #9 – พลาดละ

Deponia The Complete Journey #10 – เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

Deponia The Complete Journey #11 – แพ้ของฟรี

Deponia The Complete Journey #12 – เสด็จพ่อ

Deponia The Complete Journey #13 – โปเกม่อนหรือเปล่า

Deponia The Complete Journey #14 – ล่าตุ่นปากเป็ด

Deponia The Complete Journey #15 – นี่หรือคือพ่อ

Deponia The Complete Journey #16 – กลุ่มต่อต้าน

Deponia The Complete Journey #17 – ห้องน้ำ

Deponia The Complete Journey #18 – เป่ายิ้งฉุบ

Deponia The Complete Journey #19 – หาเสียง

Deponia The Complete Journey #20 – สาวห้าว

Deponia The Complete Journey #21 – dat ass

Deponia The Complete Journey #22 – ใจเย็นนะน้องสาว

Deponia The Complete Journey #23 – ยินดีต้อนรับกลับ

 

Deponia The Complete Journey #24 – ตัวซวย

Deponia The Complete Journey #25 – โรงแรมสุดหรู

Deponia The Complete Journey #26 – พิธีศักด์สิทธิ์

Deponia The Complete Journey #27 – ปลอมตัว

Deponia The Complete Journey #28 – สู่ Elysium

Deponia The Complete Journey #29 – ถูกจับ

Deponia The Complete Journey #30 – ความในใจ

Deponia The Complete Journey #31 – ความเป็นมา

Deponia The Complete Journey #32 – ป่วนคูณ 3

Deponia The Complete Journey #33 – ป่วยจิต

Deponia The Complete Journey #34 – เพื่อนรัก

Deponia The Complete Journey #35 – Toni กับจิตที่หลุดกระเจิง

Deponia The Complete Journey #36 – บุกฐาน Organon

Deponia The Complete Journey #37 – ขายเพื่อน

Deponia The Complete Journey #38 – Bozo กลับมาแล้ว

Deponia The Complete Journey #39 – ความหวังสุดท้าย

[จบ] Deponia The Complete Journey #40 – เสียสละ

เปิดซิงเกม Secrets of Grindea

Secrets of Grindea เป็นเกม RPG บังคับด้วยปุ่มลูกศรในการเคลื่อนที่และปุ่ม Z X C V ฯลฯ ในการใช้ท่าโจมตี สามารถเล่นได้หลายคน เป็น Early Access นะครับ แต่เกมทำออกมาดีมาก ยากมาก
ในคลิปผมเล่น Arcade Mode นะ เพราะไม่รู้ว่า Story Mode คืออันหลักที่เล่นหลายคนได้ (แล้วทำไมไม่ลองกดดูก่อนฟะ 5555) เดี๋ยวไว้จะอัด Story Mode ตอนเล่นกับเพื่อนมาให้ชมกันอีกทีนะครับ

แนะนำเกม Hero Siege

Hero Siege เป็นเกม Action เก็บเลเวลโดยสภาพแวดล้อมของเกมเป็นแบบ Rogue-like (คือสุ่มบางอย่าง เช่น สุ่มดันเจี้ยน สุ่มไอเท็มที่ได้) การเล่นแต่ละครั้งจะได้ไม่เหมือนกัน ใน Steam ก็จะลดราคาทุกรอบที่มี Sale แค่ 65% ก็คุ้มแล้วล่ะครับ เพราะเดิมราคาเต็มก็ไม่ได้แพง แค่ 100 กว่าบาท เพราะงั้นจะลดกี่ % ก็ราคาไม่ได้ห่างกันมากนัก

South Park™: The Stick of Truth™ Playthrough – เกมที่จังไรที่สุดใน 3 โลก

มาถึงคราวของเกมที่โคตรจะซกมก ลามก อุบาทว์ที่สุดในประวัติศาสตร์การเล่นเกมของผมนะครับ South Park™: The Stick of Truth ด้วยความที่การ์ตูน South Park มีชื่อในด้านความเสื่อมอยู่แล้ว เมื่อนำมาทำเป็นเกมแนว RPG ได้เกิดเป็นความฮารูปแบบใหม่ ลองติดตามกันดูครับ

ขออนุญาติแปะเป็น Playlist นะครับ เพราะคิดว่าน่าจะยาวหลาย part มากๆ

รีวิวเกม: Machinarium

เกม Machinarium เป็นอีก 1 เกมเก่าที่มีคุณภาพ เกมนี้ตั้งแต่ปี 2009 เป็นเกมแนว Point&Click ที่เยี่ยมเกมหนึ่ง พัฒนาด้วย Flash ผมเล่นจบมานานหลายๆปีแล้วนึกได้ จึงลองเขียนรีวิวขึ้นมา

เกมนี้เนื้อเรื่องคลาสสิกมาก คือแฟนตัวเอกถูกคนร้ายจับตัวไป จึงต้องออกเดินทางเพพื่อไปช่วยเธอ ตัวเกมไม่มีการพูดใดๆทั้งนั้น สื่อด้วยภาพวาดทั้งหมด ซึ่งก็เข้าใจได้ง่ายกว่าการพูดเสียด้วยซ้ำ

Machinarium

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • ภาพการ์ตูนดูสวยแนวสไตล์สีหม่นๆหน่อย
  • ตัวเกมเข้าใจได้ไม่ยาก
  • Puzzle ภายในเกมค่อนข้างท้าทาย ใช้ความคิดหน่อย
  • ในบางฉากจะมีการไบ้อยู่แล้วว่าเราต้องทำอย่างไรให้ผ่านไปได้ โดยไม่ได้บอกตรงๆ จะเป็นการแสดงให้ดูอ้อมๆ
  • แฝงมุกตลกในตัวเกมอยู่พอสมควร
  • ตัวเกมจะผ่านไปเป็นช่วงๆ ไม่มีการวกกลับมาที่จุดเดิม

Machinarium

จดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เนื้อเรื่องไม่มีอะไร ด้วยความที่คลาสสิก มีแค่ไปช่วยนางเอก แล้วก็จบ
  • อาจมีบ้างบางฉากที่ไม่ได้บอกไบ้อะไรเลย ทำให้ติดแหง็กอยู่นานเหมือนกัน

Machinarium

สรุป

เป็นอีก 1 เกมที่สนุก เล่นเพลินดีครับ ผมเล่นจนจบเกมด้วยการเล่นติดต่อกันเลย แต่จำไมไ่ด้ว่าใช้เวลากี่ชม.ในการเคลียร์ จำได้แค่ว่าค่อนข้างนานอยู่เหมือนกัน เกมนี้ไม่แนะนำให้ซื้อราคาเต็มเพราะเกมเก่าแล้ว ลองดูช่วง Sale น่าจะมีลดแหละ(แต่ผมก็ไมไ่ด้เช็คนะ เพราะมีเกมแล้ว) อาจจะเคยลงพวก Bundle แล้วด้วย ก็ลองๆดูกันไปครับ

รีวิวเกม: Edna & Harvey: The Breakout

Edna & Harvey: The Breakout เป็นเกมในค่าย Daedalic Entertainment ทีมเดียวกับที่สร้างเกม Deponia: The Complete Journey

เกมนี้เป็นเกมเก่าสมัยปี 2013 ซึ่งพัฒนาด้วยภาษา Java แนวเกมคือ Point&Click เช่นเคย

ในเกมเราจะได้เล่นเป็น Edna หญิงสาวที่ความจำเสื่อม และ Harvey ตุ๊กตากระต่ายคู่หูที่พูดได้(เฉพาะในสายตาเธอ) โผล่มาก็จะอยู่ในห้องกักกันของโรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่ง จุดมุ่งหมายคือต้องหาว่าเราเป็นใคร ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ และก็จะเกิดปริศนาต่อๆไปให้เราตามหากัน

Edna & Harvey: The Breakout

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • เนื้อเรื่องสนุก ตลก ปนเศร้าบ้าง
  • เสียงพากย์ทำได้เยี่ยมมาก ซึ่งเป็นจุดเด่นของค่ายนี้อยู่แล้ว Voice actor มาเต็ม
  • ภาพออกแนวการ์ตูนยุคเก่า ที่ไม่ได้ดูสวยงาม แต่คงความคลาสสิก

Edna & Harvey: The Breakout

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เกมนี้บางอย่างก็ยังคงความมึนงงในการไขปริศนาอยู่ หากคุณไม่ใช่สายขุดคุ้น ค้นหาด้วยตัวเอง แนะนำให้เปิด walkthrough เล่นไปเลย(ผมก็ทำเช่นกัน) แล้วดูเนื้อเรื่องเอาสนุกดีกว่า
  • ไม่มี tutorial สอนใดๆทั้งนั้น แรกๆคงจะมึนงงกันหนัก
  • การบังคับทำออกมาได้ค่อนข้างไม่ดี เช่น เวลาจะใช้ของ คุณต้องกดที่ปุ่ม Use แล้วค่อยเลือกของ แทนที่จะทำให้กดที่สิ่งของไปได้เลย
  • มีบั๊กตัวเป้งเลยครับ จะมีช่วงนึงที่เราต้องสลับเมนูอาหาร แล้วมันเกิดบั๊ก สลับเมนูไม่ได้ แล้วค้างอยู่ในหน้าเมนูอาหารนั้น ออกไม่ได้ วิธีแก้คือต้องเปลี่ยนเป็นภาษาเยอรมันแล้วเล่นให้ผ่านช่วงนี้ไป ค่อยสลับภาษากลับ (อ้างอิง: http://bit.ly/1faCAUC)
  • โหลดฉากได้ช้า
  • เวลาสั่งให้ตัวละครเดินไปอีกห้อง ต้องรอมันเดินไปจนถึงประตู ต่างกับเกมใหม่ๆที่สามารถดับเบิ้ลคลิกเพื่อไม่ต้องดูตัวละครเดิน
  • ไม่มีระบบ skip เหตุการณ์
  • มีเหตุการณ์ที่ต้องทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่เยอะ น่ารำคาญพอสมควร
  • ภาษาอังกฤษต้องได้ระดับนึง แนะนำให้เปิดดิกควบไปด้วย จะทำให้พัฒนาศัพท์ได้มาก

Edna & Harvey: The Breakout

สรุป

ที่เห็นข้อเสียบานตะไท อย่าพึ่งคิดว่าเกมมันห่วยนะครับ ผมคิดว่าน่าจะด้วยเกมเก่า และทีมพัฒนาจำกัด ทำให้เกมเพลย์ออกมาไม่ค่อยน่าประทับใจนัก แต่ถ้าคุณทนกับเกมเพลย์น่าหงุดหงิดนี้ได้ มันเป็นเกมที่เนื้อเรื่องดีเกมหนึ่งเลย (แต่ไม่สู้ Deponia นะ) หรืออาจจะไปดูพวกนักแคสเกมเล่นเอาแทนก็ย่อมได้เช่นกัน ระหว่างเล่นเกมไปก็คอยเซฟเกมไว้เป้นระยะๆนะครับ กลัวว่าจะบั๊กต้องเล่นใหม่

Tips เล็กน้อย

คุณสามารถกด Space bar เพื่อดูได้ว่าในฉากๆนั้นมีอะไรที่สามารถคลิกได้บ้าง

Walkthrough ที่ผมใช้: http://bit.ly/1faDhgG

รีวิวเกม: Brothers – A Tale of Two Sons

เกม Brothers – A Tale of Two Sons เป็นเกมแนวผจญภัยที่มีการบังคับที่ค่อนข้างแปลกแหวกแนว คือต้องบังคับทั้ง 2 ตัวละครในเวลาเเดียวกัน ซึ่งเป็นพี่กับน้องเพื่อแก้ puzzle ในการจะผ่านเส้นทางต่อไปจนถึงจุดหมาย ในรีวิวนี้ผมใช้จอย XBOX 360 ในการเล่นนะครับ แต่คีย์บอร์ดก็ใช้ได้เช่นกันนะ

เนื้อเรื่องของเกมไม่มีอะไรมากมาย เริ่มเกมมาที่พ่อของตัวละครเรานั้นป่วยอย่างหนัก ทางเดียวที่จะรักษาได้คือเดินทางเพื่อไปตักน้ำวิเศษจากต้นไม้แห่งชีวิตมาให้พ่อดื่ม การเดินทางจึงเริ่มขึ้น

Brothers - A Tale of Two Sons

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • ภาพค่อนข้างสวยงามในรูปแบบการ์ตูน
  • เป็นเกมสำหรับเสพย์บรรยากาศธรรมชาติ และวิวสวยงามภายในเกม
  • การบังคับแปลกใหม่ คืออนาล๊อคกับปุ่ม LT ไว้บังคับคนพี่ และอนาล๊อคขวากับปุ่ม RT ใช้บังคับคนน้อง
  • ตัวพี่และตัวน้องจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน ทำให้ในการแก้ puzzle บางอย่างต้องเลือกให้เหมาะกับงานหน่อย เช่น ตัวพี่จะมีแรงเยอะกว่าตัวน้อง จึงสามารถยกของหรือดึงคันโยกหนักๆได้ เป็นต้น
  • มีมุกแทรกระหว่างการเดินทางอยู่บ้าง เวลาเราให้ตัวละครลองเล่นกับสิ่งของหรือพูดคุยกับ NPC ในเกม
  • Puzzle ค่อนข้างสนุกในการแก้ เล่นเพลินมาก
  • มีฉากกระแทกอารมณ์เศร้าอยู่ ซึ่งทำออกมาได้ดีกินใจมาก
  • เพลงและซาวด์ประกอบต่างๆทำออกมาได้เยี่ยม
  • มี checkpoint อยู่เป็นพักๆ ไม่ต้องกลัวสักเท่าไหร่เรื่องตายแล้วไปเริ่มใหม่ซะไกล
  • มี Achievement ลับให้ปลดล๊อค ต้องค้นหาตามฉาก ถ้าเดินแต่ตามเนื้อเรื่องหลักจะไม่เห็นเลย

Brothers - A Tale of Two Sons

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • การบังคับอาจทำให้สับสนในหลายสถานการณ์อยู่ อาจมีหงุดหงิดบ้างบางเวลา
  • ตัวเกมค่อนข้างสั้น
  • เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมากนัก(กรวงเลยล่ะ) เน้นเกมเพลย์เป็นหลัก
  • ใช้จอยแล้วอาจปวดมือ เพราะหลายครั้งต้องกดปุ่ม LT, RT ค้างไว้พร้อมกับบังคับทิศทางด้วย
  • ไม่ใช่แนว Happy Ending (อันนี้แล้วแต่คนนะครับ แต่ผมชอบอะไรที่จบแบบมีความสุข)

Brothers - A Tale of Two Sons

สรุป

เป็นเกมที่ผมเล่นได้เรื่อยๆจนจบนะ แต่เกมมันสั้นมากครับ ใช้เวลาประมาณ 3 ขม.ก็เคลียร์เกมแล้ว ผมว่าเกมเพลย์สนุกดีครับ และบรรยากาศภายในเกมสวยงามมากๆ หากอยากซื้อมาเล่นแนะนำให้รอ Steam Summer Sale ที่จะถึงนี้(น่าจะสิ้นเดือนมิถุนายนนี้) น่าจะมี -75% โผล่มาให้กดอยู่ครับ แนะนำให้ใช้จอยเล่นนะ รู้สึกจะได้อารมณ์กว่าครับ

รีวิวเกม Don’t Starve Together

รอบนี้มารีวิวเกม Don’t Starve Together ที่เล่นและดองไว้นานมากละ

เกมนี้เป็นเกมแนว Survival เอาตัวรอด ต้องหาอาหาร และอยู่รอดจากปีศาจต่างๆภายในป่า เป็นเกมแนว Rougue-like โดยภาคนี้จะเป็นสำหรับเล่นได้หลายๆคนกับคนอื่นนะครับ เดิมทีจะมี Don’t Starve ที่เป็นเวอร์ชั่นเล่นคนเดียวอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่กระแสเกมเมอร์ขอให้มีแบบ co-op เล่นได้หลายคนมากมาย ทำให้นักพัฒนาปล่อยเวอร์ชั่นนี้ออกมา (ส่วนตัวไม่เคยเล่นแบบคนเดียวนะ) โดยภาค Together นี้จะเป็น Early-access อยู่ (เพราะงั้นมีบั๊กแน่นอน)

Don't Starve Together

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • เล่นได้สูงสุด 6คน
  • ตัวเกมมีความยากและท้าทายอย่างมาก
  • มีตัวละครให้เลือกเล่นหลายตัว และแต่ละตัวมีความสามารถพิเศษต่างกัน (ทั้งข้อดีและข้อเสีย)
  • มีระบบหิว ต้องคอยหาอาหารมากินตลอด เพื่อไม่ให้ตัวเราตาย โดยอาหารสามารถหาจากการล่าสัตว์เอาเนื้อมาปรุง มีทั้งปลูกผักทำสวน
  • มีอันตรายจากธรรมาชติ และสัตว์ประหลาดที่สามารถคร่าชีวิตเราได้ (มีทั้งฟ้าผ่า, อุกกาบาตตก, แมงมุม, หมาป่า, ฯลฯ)
  • มีระบบฤดู ต้องเตรียมสิ่งของไว้สำหรับหน้าหนาวให้ดีเลยล่ะ
  • ระบบ craft ที่มีมากพอสมควร สำหรับอำนวยความสะดวก การต่อสู้ และการสร้างวิทยาการอื่นๆ (บางอย่างจะสร้างได้ต่อเมื่อมีเครื่องวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้ว)
  • ระบบ Sanity จะแสดงผลเป็นสมอง ซึ่งค่านี้จะลดลงเรื่อยๆขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่หลักๆคือความมืด และเหนื่อยล้า เมื่อเหลือต่ำมากๆ ตัวเราจะเริ่มมองเห็นผี และพวกผีนั้นสามารถโจมตีเราได้ด้วย
  • เผาป่าได้ (ฟินมากถ้าเล่น Willow เพราะเธอมีความสามารถคือไม่ถูกไฟลวก)
  • ฆ่าเพื่อนได้ (เยสสสสสสสสสส)
  • เมื่อตายจะกลายเป็นผี สามารถช่วยเพื่อน หรือป่วนเพื่อนได้
  • เมื่อตายยังเกิดได้ 2 วิธี คือสร้างตุ๊กตา Voodoo ที่ใช้ชุบชีวิต หรือไปที่แท่นหินบูชาเพื่อเกิดได้ (แท่นหินจะมีจำกัด)

Don't Starve Together

จุดด้อย / ข้อเสีย

  • มีบั๊กบ้าง แต่ไม่ค่อยจะเจอที่ทำให้หงุดหงิดจนเล่นไม่ได้นะ
  • สิ่งของมีพัง ต้อง craft มาใช้ใหม่เรื่อยๆ (บางคนอาจชอบนะ แต่่วนตัวผมรู้สึกรำคาญ)

Don't Starve Together - หิมะตก

สรุป

เป็นเกมที่เล่นกับเพื่อนสนุกมากครับ แต่ยิ่งคนเยอะนี่ยิ่งแย่งอาหารกันเองมากๆ ต้องเร่งสร้างแปลงผักไวๆ และเล่นกันนี่ไม่เคยจะพ้น 15 วันในเกม พวกสายโหดนี่เล่นอยู่กันเป็นปี 555 เป็นเกมที่แนะนำให้ลองอีก 1 เกมครับ เจ๋งมากๆ

รีวิวเกม Deponia: The Complete Journey

Deponia: The Complete Journey เป็นเกมแนว Point&Click Adventure (แนวที่จิ้มๆคลิกๆด้วยเม้าส์เพื่อหาทางไปต่อเรื่อยๆ) ที่มีเนื้อเรื่องที่เจ๋งยิ่งกว่าหนังหลายๆเรื่อยเสียอีก ซึ่งเดิมทีแยกเป็น 3 ภาคคือ Deponia, Chaos on Deponia, และ Goodbye Deponia ผมเองก็ซื้อแยกมาเล่น 3 ภาคนั่นล่ะ แต่เล่นจนจบทุกภาคจึงขอมัดรวมเป็นรีวิวเดียวละกัน โดย Deponia: The Complete Journey จะมีได้พวกโบนัสเบื้องหลังและอื่นๆด้วย รวมถึงหน้าตา UI ของเกมจะต่างจากภาคแยกอยู่นิดหน่อย แต่เนื้อเรื่องเป็นเนื้อเรื่องเดิมครับ

Deponia: The Complete Journey

เนื้อเรื่องย่อ

ตัวเอกของเรามีชื่อว่า Rufus ซึ่งออกเป็นตัวละครที่เห็นแก่ตัว(มาก) คือทำอะไรไม่สนใจ เกรงใจคนอื่น ซึ่งอาศัยอยู่บนพื้นโลกที่เต็มไปด้วยขยะเรียกว่า Deponia เขาใฝ่ฝันที่จะขึ้นไปอยู่บนเมืองลอยฟ้าไม่ว่าจะวิธีใดก็ตามที่ชื่อ Elysium ซึ่งเขาก็ได้พบกับนางเอกชื่อว่า Goal ซึ่งเป็นชาว Elysium เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น และการพบกันของทั้งสองก็เป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายหลายๆเรื่องที่ตัวเอกของเราต้องตามแก้ไขเพื่อช่วยโลก และพิชิตใจนางเอกด้วย

ซึ่งผมขอเตือนไว้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การ์ตูนแนว Happy Ending เพราะงั้นหากใครไม่ชอบ ผมแนะนำให้ผ่านไปเลยครับ ผมรู้สึกว่าเศร้ามากสำหรับตอนจบ

Deponia: The Complete Journey - Rufus and Goal

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • เนื้อเรื่องสนุก น่าติดตาม ตลกโปกฮา ดราม่า เศร้า โรแมนติก เรียกได้ว่าครบทุกรสครับ เนื้อเรื่องดียิ่งกว่าหนังโรงหลายๆเรื่องเสียอีก
  • การบังคับเข้าใจง่ายมาก เพราะมี Tutorial ให้พร้อมด้วย
  • แบ่งแยกนิสัยของตัวละครได้ชัดเจน เสมือนเวลาคุณนั่งดูการ์ตูนอนิเมญี่ปุ่นเลย
  • มุกฮาๆเพียบ
  • ภาพกราฟฟิกสวยงามมากๆ
  • ซาวเพลงทำออกมาได้เยี่ยม เพลงเพราะ ฟังเพลิน
  • คนพากย์มืออาชีพ เสียงที่ใส่อารมณ์เข้าถึงตัวละครดี ฟังแล้วอินตามเลย
  • หากไม่ถนัด puzzle มีปุ่มกดให้ข้าม mini game ผ่านไปได้เลย(อันนี้ผมชอบมาก) ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับมัน

Deponia: The Complete Journey - Hotel

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • หลายๆอย่างที่ต้องหาในเกมไม่ make sense คือใช้ common sense หาทางไปต่อไม่ได้ ถ้าจะเล่นเองเพียวๆต้องกดจิ้มมั่วนานเลยล่ะ ซึ่งนั่นทำให้ผมเปิด walkthrough เล่นตาม และเสพย์เนื้อเรื่องกับมุกฮาๆอย่างเดียว
  • [ส่วนตัว] คือตัวเอกเราเป็นพวกนิสัยแย่ผิดมนุษย์มาก จนบางครั้งผมเล่นไปหงุดหงิดไปก็มี ซึ่งแนะนำให้พยายามอย่าซีเรียสกับมัน และคิดซะว่ามันเป็นมุกไป
  • มีบั๊กตัวเป้งอยู่บ้าง ต้องหาทางกดไปๆมาๆให้หายบั๊ก ซึ่งคนอื่นอาจจะไม่เจออย่างผม

Deponia: The Complete Journey - Wake up Goal

สรุปโดยรวม

เป็นเกมที่น่าซื้อมาเล่นเพื่อเสพย์เนื้อเรื่องมาก(ให้ 9/10 เลยละกัน) และยิ่งเหมาะมากกับคนที่ชอบแนวขุดๆคุ้ยๆหาของเพื่อหาทางผ่านเรื่อยๆ(แต่ต้องคุ้ยจริงๆนะ บางอย่างใช้ sense ไม่มีทางผ่าน เพราะมันเกินกว่าจะจินตนาการไปแล้ว) คนที่ไม่ถนัดเล่น puzzle mini game ก็เล่นได้ กด Skip เกมไปก็ผ่านเหมือนกัน แต่อย่างที่บอกว่าสำหรับคนที่ไม่ชอบแนวจบแบบเศร้าก็คิดดูดีๆก่อนละกัน ผมเล่นจบ 3 ภาครวม 20 ชม.ก็รู้สึกผูกพันกับตัวละครพอสมควร ทำให้ตอนจบมันยิ่งรู้สึกเศร้าครับ

ขอให้สนุกกับเกมนี้นะจ้า

รีวิวเกม The Wolf Among Us

สำหรับเกม The Wolf Among Us ผมก็เล่นจบมาสักพักใหญ่ๆแล้วล่ะ แต่พึ่งมาเริ่มเขียนรีวิว เพราะตอนนั้นยังไม่ได้เริ่มเขียน blog นะครับ ก็จะมาเล่าถึงประสบการณ์ในการเล่นเกมนี้กันนะครับ

The Wolf Among Us

The Wolf Among Us เป็นเกมที่มีเนื้อเรื่องเป็นตอนๆไปซึ่งอ้างอิงจากการ์ตูนเรื่อง Fables ซึ่งเขียนโดย Bill Willingham เกมนี้ถูกพัฒนาโดย Telltale Games ซึ่งมีมีจุดเด่นในเกมแนวที่มีเนื้อเรื่องสนุก น่าติดตาม และเกมเพลย์ที่ตื่นเต้นเสมือนเราเป็นตัวละครนั้นอยู่จริงๆ เผยแพร่โดย Vertigo และ Warner Bros. Interactive Entertainment

ระบบของเกม

เกมนี้จะเป็นเกมแนว point-and-click คือคลิกเพื่อที่จะบังคับตัวละคร เก็บของ หรือสำรวจพื้นที่ โดยเกมนี้จะเกี่ยวกับตัวละครจากนิทาน(ในเกมจะเรียบกว่า fable)ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่ต้องปรับตัวในการใช้ชีวิตกันไปไม่ให้ผู้คนธรรมดาสงสัยในตัวพวกเขา(อยู่กันมาเป็นร้อยปีละพวกตัวละครพวกนี้)  ซึ่งเราจะเล่นเป็นตัวละครชื่อ Bigby เป็นหมาป่าจากนิทานที่ fable ตัวอื่นๆเกรงกลัว ทำหน้าที่เป็นนายอำเภอดูแลและรักษาความสงบให้กับ fable ต่างๆเรื่องมา จนกระทั่งเกิดเหตุฆาตรกรรม fable เกิดขึ้น เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายที่เราต้องสืบต้นตอของเรื่องให้พบ

ข้อดีของเกมนี้

เกมนี้มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้น น่าติดตาม และตื่นเต้นตลอดเวลาตามสไตล์ค่าย Telltale Games ซึ่งเวลาเล่นเรียกได้ว่า ห้ามขยิบตาแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากไม่รู้เลยว่าอยู่ๆจะเกิดเหตุการณ์อะไรในเกมขึ้น เช่น อยู่ๆก็ถูกทำร้ายกระทันหัน ต้องกดปุ่มตามที่ขึ้นมาในหน้าจอเพื่อหลบหลีก อีกทั้งภาพกราฟฟิกแบบการ์ตูนที่ดูสวยงามไปอีกแบบ

ข้อเสียของเกม

เกมนี้ข้อเสียที่ผมเห็นหลักๆน่าจะเป็นเรื่อง root ของเนื้อเรื่อง เกมนี้การที่เราตัดสินใจตอบคำถามที่ดูเหมือนจะมีผลกับเนื้อเรื่อง แต่จริงๆแล้วมีผลไม่มากเท่าไหร่ เนื้อเรื่องจะดูแยกแตกต่างจากกันช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ตอนจบท้ายๆเนื้อเรื่องก็กลับมาบรรจบที่จุดจบเดียวกันอยู่ดี คนที่หวังแบบหลายๆฉากจบก็บอกเลยว่ามีฉากจบฉากเดียวครับ

สรุปโดยรวม

ก็ยังถือเป็นเกมที่คุ้มค่ากับการซื้อครับ ด้วยเนื้อเรื่องที่ชวนติดตามมากๆ ยิ่งถ้าไปซื้อตอนแรกๆที่ค่ายเกมทะยอยออกมาทีละตอนๆ แทบจะขาดใจตายกันเลยล่ะ เป็นเกมที่ต้องใช้ไหวพริบสักหน่อย และเสมือนเราได้เป็นตัว Bigby ในเรื่องจริงๆ ซื้อไปเล่นไม่ผิดหวังแน่นอนครับ