รีวิวเกม Octodad: Dadliest Catch

รอบนี้มารีวิวเกมสุดอินดี้ Octodad: Dadliest Catch ที่ผมเล่นจบมานานสักพักแล้ว ซื้อมาตอนลดแค่ 40% แต่อยากเล่นมาก ตัวเกมไม่ยาวนัก ผมเล่นเคลียร์ในเวลาประมาณ 3 ชม. แต่ก็สนุกมากเลยล่ะ

Octodad: Dadliest Catch

เนื้อหาของเกม

เกมนี้เราจะได้เล่นเป็นปลาหมึก ซึ่งมีครอบครัวเป็นคน(งงอะดิ) เรามีภรรยาแสนสวยชื่อ Scarlet ลูกชายชื่อ Tommy และลูกสาว Stacy (มีลูกได้ไงฟะ) ในเกมเราต้องบังคับตัวเราคือ Octodad เพื่อทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน(เป็นคำสั่งขึ้นมาให้ทำตาม) เช่น ให้ถางหญ้า, ให้เอานมไปให้ลูก ฯลฯ  ซึ่งผมใช้เม้าส์ในการบังคับ(ไม่เคยใช้จอย) ต้องคลิกเม้าส์ซ้ายและขวาเพื่อบังคับการเดิน และเม้าส์กลางในการสลับไปบังคับมือ (ยากมากๆ) ระหว่างบังคับตัว Octodad ก็ห้ามซุ่มซ่ามไปชนนู่นนี่ล้ม จะทำให้หลอดความสงสัยของผู้คน(รวมถึงคนในบ้านเราด้วย)เพิ่มขึ้น หากหลอดเต็มเกมโอเวอร์ทันที และในแต่ละฉากก็จะมีคู่ปรับของเรา Chef Fujimoto ที่พยายามจะฆ่าเรา ซึ่งเราต้องหนีจากเงื้อมมือของเขาให้ได้(ส่วนทำไมถึงมีความแค้นกับเรานั้นต้องไปเล่นกันดูนะครับ ไม่อยากสปอย)

Octodad: Dadliest Catch - Wedding Ceremony

จุดเด่นของเกม

  • ตัวเกมมีความสนุก และตลกในตัว มีทั้งมุก และอื่นๆที่มีให้เพลิดเพลิน
  • ตัวเกมมีความแปลกใหม่ในการเล่น การบังคับที่จะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ในการเล่นเกม
  • เนื้อเรื่องน่าสนใจ

Octodad: Dadliest Catch - Aquarium

ข้อด้อยของเกม

  • การบังคับแปลกใหม่นั้นอาจสร้างความรำคาญและหงุดหงิดให้บ้างในบางอารมณ์ เพราะมันบังคับยากมากจริงๆ ต้องเรียนรู้สักพัก(ซึ่งถึงเล่นจนรู้สึกว่าบังคับคล่องแล้วก็ยังมีบางสถานการณ์ที่ไม่เข้าใจการบังคับเกิดขึ้นอยู่ดี)

Octodad: Dadliest Catch - Aquarium

สรุป

แนะนำให้ลองเล่นกันครับ มันมีความสนุกในตัวเนื้อเรื่อง ในความแปลกใหม่ ถือว่าหาประสบการณ์ใหม่ๆให้กับการเล่นเกมด้วย ถ้ารู้สึกหงุดหงิดกับให้พักการเล่นสักพัก ค่อยมาเล่นต่อมันช่วยได้ ซึ่งช่วงนี้ใน Steam ลด 75% ด้วย เป็นฤกษ์ในการสอยพอดี555 ขอให้สนุกกับเกมครับ

Posted in Uncategorized | 1 Reply

เกมแนว Rogue-Like

หลายคนอาจจะเคยเห็นหรือเคยได้ยิน หรืออาจจะไม่คุ้นหูเลยก็ตามกับคำว่า Rogue-like คนที่เล่นเกมผ่าน Steam ก็อาจจะคุ้นกับคำนี้ขึ้นมามากกว่าคนอื่นหน่อย เพราะหลายๆเกมที่ดังๆ และส่วนมากจะเป็นเกมอินดี้จะมี tag Rogue-like ติดมาด้วย หลายคนอาจสงสัยแล้วมันคืออะไร? ผมเองก็เช่นกัน ผมจึงไปสิบค้น คุ้ยหาข้อมูลมาเพื่อเขียนบทความนี้ขึ้น

Rogue-like คืออะไร?

Rogue-like คือการนิยามเกมที่มีการสุ่ม (random) เป็นหลัก ไม่ว่าจะสุ่มแมพ(หรือฉาก) สุ่มมอนสเตอร์ที่เจอทุกๆครั้งที่เราเริ่มเล่น อีกทั้งจะเป็นพวกที่เวลาตายก็คือจบเกมทันที(permadeath)

ที่มาของแนวเกมนี้

ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1980 ซึ่งมีเกมชื่อว่า Rogue ซึ่งเป็นเกมแนวตะลุยดันเจี้ยนพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดย Michael Toy และ Glenn Wichman มีชื่อเสียงพอสมควรบนระบบปฏิบัติการ Unix เกมนี้มีหน้าตาเกมเป็นตัวหนังสือทั้งหมด คือใช้ตัวหนังสือแทนกราฟฟิก(ก็สมัยนั้นยังไม่มีกราฟฟิกเลยมั้ง) เกมนี้ได้กลายเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจของเกมอื่นๆอีกหลายเกมในช่วงเวลานั้นซึ่งนั่นรวมไปถึง Diablo

Rogue 1980

เกมแนว Rogue-like ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน เช่น Don’t Starve, The Binding of Isaac, Risk of Rain, FTL: Faster Than Light, Hero Siege

ตัวอย่างเกม NetHack ในปี 1980 ซึ่งเป็นเกมแนว Rogue-like ที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น

ตัวอย่าง 15 เกมแนว Rogue-like ที่เป็นที่นิยมในปี 2013

เครดิต:

  • http://en.wikipedia.org/wiki/Roguelike
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Rogue_(video_game)
  • https://p0lsin.com/2014/05/06/2512?d=1920

รีวิวเกม Dragon Age: Inquisition โหมด Multiplayer

มารีวิวเกม Dragon Age: Inquisition สุดยอดเกม RPG เนื้อเรื่องระดับพระกาฬ แต่ผมขอรีวิวเพียงโหมด Multiplayer ก่อน เนื่องจากยังไม่ได้เริ่มเล่นโหมดเนื้อเรื่องเลย 5555 และทั้ง 2 โหมดนั้นตัดขาดออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกันทั้งสิ้น จึงคิดว่าแยกรีวิวจะทำให้อ่านง่ายกว่านะ ซึ่งผมถนัดเล่นบน PC (ไม่มีปัญญาซื้อเครื่องอื่น 555) จะไม่พูดถึงบนเครื่อง console ละกัน

Dragon Age: Inquisition

การบังคับตัวละคร

การบังคับตัวละครในเกมนี้จะใช้ปุ่ม WASD ในการเคลื่อนไหวตัวละคร และใช้เม้าส์ในการเปลี่ยนมุมกล้องและโจมตี ซึ่งจะคล้ายๆกับพวกเกม WoW (World of Warcraft) และ Guild Wars การเปลี่ยนเป้าในการโจมตีทำได้โดยเลื่อนเม้าส์ไปคลิกที่มอนสเตอร์โดยตรงหรือกด Tab เปลี่ยนเอา (ซึ่งผมว่าใช้เม้าส์จะง่ายกว่ามาก)

Dragon Age: Inquisition โหมด Multiplayer

 

มีคลาสอะไรบ้าง?

คลาสมีเยอะมากกว่า 10 คลาสเลยครับ ซึ่งขอไม่ลงลึกละกัน แต่ละคลาสก็มีสกิลความสามารถที่เป็นจุดเด่นต่างกันไป ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 หมวดหลักๆคือ Warrior, Rogue, และ Mage โดยเริ่มแรกจะได้มา 3 คลาส คือ Legionaire(เป็น Warrior), Archer (เป็น Rouge), และ Keeper (เป็น Mage) ส่วนตัวที่เหลือเราต้องปลดล๊อคเอาจากการกปิดกล่อง (ซึ่งใช้เงินที่หาได้จากการเล่นมาเปิดนะ สุ่มเอา) หรืออีกทางคือ Craft ชุดเกราะของคลาสนั้นๆเพื่อปลดล๊อคคลาส (จะวิธีไหนมันก็ยากพอๆกัน -*-) คือสรุปได้ว่าต้องเถือกเล่นไปเรื่อยๆจ้ะ และในส่วนของเลเวลนั้นแต่ละคลาสจะแบ่งแยกกันหมด คือเลเวลใครเลเวลมันนั่นล่ะ

Dragon Age: Inquisition - Multiplayer Classes

เกี่ยวกับของสวมใส่ ทั้งอาวุธและชุดเกราะ

ของพวกนี้สามารถดรอปเอาหรือเปิดจากกล่องได้หมด แต่โอกาสที่จะได้ของแรร์ดีๆนั้นยากมาก ซึ่งมักจะได้ขยะมาแล้วก็ Salvage (แยกชิ้นส่วน)ทิ้ง เพื่อเก็บวัตถุดิบไว้ Craft ของดีๆหรือ Craft ชิ้นส่วนไว้อัพเกรดของต่างๆต่อไป โดยพวกของสวมใส่จะมีเลเวลของมันเอง แต่ไม่เกี่ยวกับว่าตัวละครเราเลเวลเท่าไหร่ ยังไงก็สวมใส่ได้หมด เช่น ผมได้ขวานมือเดียวเลเวล 14 มา แต่ตัวผมเลเวล 1 ก็สามารถสวมใส่ไปใช้งานได้เลย ไม่ต้องเก็บจนเลเวล 14 ก่อน

ในส่วนของการอัพเกรด ของสวมใส่แต่ละชิ้นจะมี slot อัพเกรดแตกต่างกันไป โดยของที่นำมาอัพเกรดจะมีทั้งชิ้นส่วนของอาวุธ เช่นด้ามจับ ซึ่ง Craft เอาได้ และ status ที่เพิ่มจะขึ้นกับวัตถุดิบที่เราเลือกเอามาทำด้วย และอีกอย่างคือ Rune ธาตุต่างๆที่จะความสามารถให้กับของๆเรา ซึ่งของพวกนี้เมื่อใส่ให้กับของแล้วจะไม่สามารถนำกลับมาได้ (consume item) ถ้าต้องการจะเปลี่ยนก็ใส่อันใหม่ทับอันเดิมไปเลย ซึ่งส่วนตัวแล้ว Rune นั้นใส่ๆไปเหอะ เดี๋ยวก็ดรอปมาใหม่ แต่ชิ้นส่วนอัพเกรดที่ต้อง craft เอาก็คิดดูดีๆนิดนึง เพราะวัตถุดิบหายากมาก เพราะต้องแยกชิ้นส่วนจากของอื่นๆเอา

Dragon Age: Inquisition - Multiplayer Equipment

จุดเด่นของเกมโหมด

  • เล่น Co-op ได้ 4 คนช่วยกันผ่านด่าน
  • มีระดับความยากสุดๆ ทำให้มีความท้าทายมากๆในการเล่น ห้ามวิ่งบวกเลยล่ะ ต้องดูจังหวะเข้าดีๆ
  • คลาสให้เล่นมากกว่า 10 คลาส (และได้ยินว่าจะมีอัพเดทเพิ่มด้วย)
  • ของสวมใส่และระบบอัพเกรดเยอะพอสมควร แต่ไม่มากจนเกินไป
  • เลเวลไม่มีตัน เก็บได้เรื่อยๆจนกว่าเลเวลจะไม่ขึ้น(ขึ้นกับระยะห่างของแมพที่ลงและเลเวลตัวละคร) ซึ่งแรกๆก็คงได้แต่ลงแมพแรกจนกว่าจะได้ของที่พร้อมพอตัวถึงจะลงแมพถัดไปไหว เพราะมันโหดแบบเกินคำบรรยายเลย
  • เงินหาไม่ยาก ไม่กี่ตาก็เก็บไปเปิดกล่องใหญ่ราคา 1200 G ได้แล้ว

จุดด้อยของเกมโหมด

  • เนื่องจากผู้เล่นนั้นโฮสต์กันเอง ทำให้บางครั้งหากเจอโฮสต์ไม่ดีก็จะแลคเอามากๆ (ซึ่งตรงนี้ WTFast ก็ช่วยอะไรไม่ได้ด้วย) วิธีแก้คืออาจจะครีเกมเองแล้วให้คนอื่นมาหงุดหงิดกับอาการแลคแทน5555 (ก็เน็ตบ้านเราอย่างที่รู้ๆกัน หอยทากเป็นตะคริว)
  • ความยากมหาโหดของเกมเป็นดาบสองคมจริงๆ คนที่ชอบความท้าทายมากๆจะรู้สึกฟิน แต่คนที่ไม่ใช่สายฮาร์ดคอร์แบบนั้นก็จะรู้สึกหงุดหงิด ซึ่งผมเองก็หงุดหงิดนิดๆที่ยาเพิ่มเลือดพกได้แค่ 2 ขวดในการลงรอบนึง และพอตายหลายๆครั้งเพื่อนจะไม่สามารถชุบเราได้ละ เราจะกลายเป็นวิญญาณจนกว่าจะถึงจุด checkpoint ถัดไป

สรุปโดยรวม

เป็นโหมดที่เล่นสนุกดีครับ มีความท้าทายพอตัว และยากขึ้นไปตามระดับที่เราเลือกลง มีอะไรๆให้หาให้ปลดล๊อคเยอะพอสมควร สนุกกับการฆ่ามอนสเตอร์ที่เราก็ต้องเข้าใจการโจมตีของแต่ละตัวด้วยเพื่อป้องกันและหลบหลีกได้ แต่บอกเลยว่าถ้าซื้อมาเพื่อเล่นแค่โหมดนี้นี่ไม่คุ้มเงินอย่างแรง เพราะฉะนั้นอย่าลืมไปเล่นโหมดเนื้อเรื่องกันด้วยนะครับ

 

รีวิวเกม Chain Chronicle

เกม Chain Chronicle เป็นเกมบนมือถือมีทั้ง iOS และ Android สามารถเล่นได้ฟรี และแน่นอนว่ามี in-app purchase (เติมเงินในเกม) เป็นเกมแนว RPG ที่มีเนื้อเรื่องน่าติดตาม เกมเพลย์เกมนี้ค่อนข้างจะออกแนว TD (Tower Denfense) ที่เราจะต้องผ่าน wave ตามจำนวนของด่านที่เราเล่น แต่ละ wave ต้องป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์ผ่านไปถึงจุดหมาย หากผ่านไปเกินจำนวนจำกัด ภารกิจเราก็จะล้มเหลวทันที

Chain Chronicle

จุดเด่นของเกม

  • เนื้อเรื่องที่น่าติดตาม โดยที่เนื้อเรื่องเกมนี้ไม่ใช่เพียงเนื้อเรื่องหลักที่น่าสนใจเท่านั้น ยังมีเนื้อเรื่องย่อยของตัวละครแต่ละตัวที่เราหามาได้อีกด้วย
  • เกมเพลย์ที่สนุก เราต้องคอยบังคับตัวละครในทีมเราคอยป้องกันไม่ให้มอนสเตอร์เดินผ่านไปยังจุดหมายได้ ซึ่งบางครั้งก็น่าตื่นเต้นที่บอสของด่านก็มีความโหดอยู่พอตัว แต่ถ้าขี้เกียจบังคับ ก็สามารถกด auto ให้ AI เองได้ (แต่สุดท้ายก็ต้องบังคับเองบางจังหวะที่มีมอนสเตอร์หลุดแนวป้องกันไป)
  • มีตัวละครให้สรรหามาใช้กว่า 150 ตัว
  • บอกเลยว่าไม่ใช่เกม pay to win คุณสามารถเล่นได้โดยไม่ต้องเติมเลย แต่ว่าต้องมีความอดทนพอสมควร แต่เติมก็ดีครับ เป็นการส่งเสริมผู้พัฒนาเกมให้พัฒนาเกมดีๆต่อไปนะ

Chain Chronicle - ฉากต่อสู้

จุดด้อยของเกม

  • AP หรือ Energy ที่ใช้เวลาในการเพิ่มค่อนข้างนานกว่าเกมอื่นๆทั่วไป เล่นแรกๆจะรู้สึกรำคาญพอสมควร
  • บางครั้งเมื่ออินเตอร์เน็ตไม่ดี แล้วโหลดไม่ไป เกมอาจจะค้างที่ Loading ได้ ซึ่งผมแก้โดยการปิดเน็ตแล้วเปิดใหม่ทันที เมื่อกลับมาที่เกมจะมีให้กด Retry อีกครั้ง

Chain Chronicle - ตัวอย่างตัวละคร

สรุป

เป็นเกมฟรีที่เล่นสนุก ฆ่าเวลาได้ดีเกมหนึ่ง เนื้อเรื่องน่าติดตามเสมือนกับนั่งดูอนิเมเรื่องนึงเลยทีเดียว ดาวน์โหลดมาลองกันได้จากลิ้งค์ข้างล่าง

iOS: https://itunes.apple.com/us/app/chain-chronicle-line-defense/id935189878?mt=8
Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=sg.gumi.chainchronicleglobal&hl=en

รีวิวเกม Castle Crashers

รีวิวใหม่กับเกมเก่าอย่าง Castle Crashers ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี 2012 แล้วล่ะ ผมก็เล็งมันอยู่นานมากเพราะกลัวไม่สนุก จนสุดท้ายเมื่อช่วง Steam Autumn Sale เกมนี้ได้ลดราคาถึง 90% ผมจึงตัดสินใจสอยมาพร้อมกับแนวร่วมอีก 3 คน

Castle Crashers

เกมนี้เป็นเกมแนว Action ฟันยับที่เราจะเจอกับศัตรูในฉากมากมายแล้วต้องฆ่าทิ้งให้หมด ซึ่งสามารถ Co-op กันได้ถึง 4 คนด้วยกัน โดยตอนเริ่มเกมมีตัวละครให้เลือก 4 ตัว (หรือ 5 หากท่านมีเกม BattleBlock Theater ซึ่งจะเป็นตัวละครพิเศษอีกตัว) มีตัวละครให้ปลดล๊อคในเกมอีกถึง 24 ตัว และต้องซื้อ DLC เพื่อปลดล๊อคอีก 2 ตัว รวมทั้งหมด 31 ตัวละคร โดยแต่ละตัวก็จะมีท่าและความสามารถต่างกันไป

Castle Crashers - Babarian's Boss

ความสนุกของเกมไม่เพียงแต่มีหลายๆอย่างให้ปลดล๊อค ทั้งอาวุธ ตัวละคร และสัตว์เลี้ยงแล้ว ตัวเกมก็ยังมีความยากที่ไม่มากเกินไปให้ได้มันสกับการฆ่ามอนสเตอร์และบอสต่างๆ แต่ด้วยความที่ตัวเกมนั้นเป็น Level-based ทำให้บางครั้งก็ไม่ผ่านด่านบางด่าน ต้องเก็บเลเวลก่อนถึงจะมาสู้ใหม่แล้วผ่าน อีกทั้งตัวเกมยังมีแฝงมุกฮาๆไว้ให้ได้ขำกันระหว่างเล่นอีกด้วย

Castle Crashers - ฆ่าฟันกันเองเพื่อชิงตัวเจ้าหญิง

จุดเด่นของเกม

  • ความฮามีแน่นอน การันตีสำหรับเกมนี้ครับ
  • Co-op ได้ถึง 4 คน!!
  • มี PVP หวดกันเองให้แค้นใจด้วย โดยเฉพาะหลังฆ่าบอสช่วยเจ้าหญิงที่ถูกลักพาตัวมาเสร็จ เราต้องฆ่ากันเพื่อแย่งตัวเจ้าหญิง 555
  • มีหลายอย่างให้ปลดล๊อค ได้แก่ อาวุธ, ตัวละคร และสัตว์เลี้ยง
  • การต่อสู้ในสภาพแวดล้อมต่างๆ แต่ละด่านจะเจอศัตรูต่างกัน สภาพแวดล้อมต่างกัน หลายครั้งต้องปรับตัว
  • บอสที่มีความท้าทายในระดับนึง แต่ไม่ยากเวอร์จนชนะไม่ได้
  • หลังเล่นจบก็ยังมี Insane Mode เพิ่มขึ้นมาที่ศัตรูจะโหดหนักกว่าเดิมขึ้นมาก ท้าทายเพิ่มขึ้นมาอีกระดับ

Castle Crashers - กินขนมปังแล้วตัวใหญ่~~~

ข้อด้อยของเกมนี้

  • อย่างที่กล่าวไว้ว่าเกมเป็น Level-based บางคนอาจจะเบื่อกับการที่ต้องมาเก็บเลเวล และเลเวลนั้นตันที่ 99 เลยทีเดียว
  • EXP ที่ใช้ในการเก็บเลเวลนั้นมาจากจำนวนการตี ไม่ใช่จำนวนที่เราฆ่า และต่างคนต่างได้ ไม่มีการหาร เพราะงั้นการเล่น Co-op จึงไม่เหมาะกับการเก็บเลเวลเลยแม้แต่น้อย เพราะจะเป็นการแย่งกันตีจนแทบไม่ได้ EXP เลยล่ะครับ ต้องไป Solo เก็บเลเวลเอา
  • กดตีกันมือหงิกครับ แนะนำให้ใช้จอยเล่นเลย เพราะเกมนี้ต้องกดย้ำๆเพื่อทำคอมโบท่าต่างๆ ไม่มีการกดค้าง เพราะงั้นเตรียมปวดมือได้เลย

Castle Crashers - กับบอสปีศาจในป่า

สรุปโดยรวม

เป็นเกมที่เล่นเพลินครับ โดยเฉพาะเวลาเล่นกับเพื่อนจะฮามากๆ คนที่ชอบแนว Action หวดๆตีๆห้ามพลาดโดยประการทั้งปวง เดี๋ยวช่วงสิ้นปีนี้ 2014 ก็จะมี Sale มาอีกรอบแน่ๆ 90% ไม่น่าพลาด (ผมยังหวั่นๆเผลอๆจะเจอ 95% แต่คงเป็นไปได้ยากพอควร) และก็แนะนำให้กด BattleBlock Theatre มาด้วยอีกเกม สนุกเหมือนกันครับ ลด 90% เช่นเดียวกันด้วย เดี๋ยวถ้ามีโอกาสว่างๆจะรีวิวเกมนั้นให้อ่านอีกทีครับ ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าจ้า