MARVEL Future Fight: รูปแบบการบังคับแบบไหนดี 1-Touch หรือ Pad



MARVEL Future Fight มีการบังคับ 2 รูปแบบคือ 1-Touch และ Pad ซึ่งทั้งสองแบบจะมีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป แล้วควรจะเลือกใช้อันไหนดี? ในบทความนี้ผมจะมาแยกให้ดูว่าอันไหนดียังไง แย่ยังไงกันครับ

MARVEL Future Fight - Settings

การบังคับแบบ 1-Touch

การบังคับแบบ 1-Touch คือการเอานิ้วจิ้มที่พื้นสั่งให้ตัวละครเราเดิน และจิ้มที่ศัตรูที่ต้องการจะโจมตีใส่ เพื่อสั่งให้ตัวละครเราเล็งที่ตัวนั้นๆ การใช้สกิลก็ใช้นิ้วจิ้มที่สกิลส่วนขวาล่างจอเช่นกัน

ข้อดีของ 1-Touch

  • เล่นได้ด้วยมือเดียว เหมาะสำหรับคนขี้เกียจ
  • สามารถปรับให้ตัวละครเราโจมตีอัตโนมัติได้ หากมีศัตรูเข้ามาใกล้ เพราะฉะนั้นเพียงแค่จิ้มที่พื้นให้เดินไปใกล้ศัตรูก็ถือว่าโอเค

ข้อเสียของ 1-Touch

  • การบังคับไม่ราบรื่น บางครั้งที่เราต้องหลบการโจมตี จะสามารถทำได้ยากเพราะกดไม่ค่อยติด
  • จิ้มโดนเป้าหมายยากในบางครั้ง เหมอน sensor ไม่ค่อยแม่นยำภายในเกม

MARVEL Future Fight 1-touch control

การบังคับแบบ Pad

การบังคับแบบ Pad เป็นการบังคับเหมือนกับการใช้จอย ฝั่งซ้ายล่างจะมี analog ไว้สำหรับเคลื่อนที่ตัวละคร และฝั่งขวาจะมีปุ่มโจมตีธรรมดาและสกิล โดยเป้าหมายจะถูกเลือกโดยอัตโนมัติจากตัวใกล้ที่สุด

ข้อดีของ Pad

  • บังคับได้ราบรื่นกว่า หลบการโจมตีได้ดีเพราะบังคับได้อย่างอิสระ
  • สามารถลากศัตรูมาโจมตีใส่ทีเดียว ทำให้โดนหลายๆตัวได้ ช่วยลดความเสียหายที่ได้รับจากศัตรูได้มาก

ข้อเสียของ Pad

  • ต้องเล่นด้วย 2 มือ
  • การเล็งเป้าหมายที่ต้องการยังทำได้ยาก เพราะทั้งสองมือบังคับตัวละคร ไม่มีให้กดเล็งด้วยตัวเอง
  • ต้องคอยกดปุ่มโจมตีตลอดเวลารัวๆ

MARVEL Future Fight - Control Pad

สรุป

ในโหมด Tutorial จะได้ลองทั้ง 2 แบบอยู่แล้ว ก็เลือกอันที่ชอบละักนครับ แต่เท่าที่ผมลองด้วยตัวเองแบบ Pad จะไพด้เปรียบกว่ามากเวลาต้องลุยด่านที่โหดระดับหนึ่งที่ต้องหลบการโจมตีของบอสหรือเลเซอร์ในด่านที่มีพลังโจมตีรุนแรง หากใช้แบบ 1-Touch จะหลบแทบไม่ทันเลย ทำให้อาจตายได้ง่ายๆ คุณสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการบังคับได้ตลอดเวลาในหน้า Settings


This entry was posted in Game Tips, Games, Marvel Future Fight and tagged by Kotenarok. Bookmark the permalink.

About Kotenarok

หลายคนคงสงสัยถึงชื่อผม ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ใครที่อ่านชื่อผมออกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น คนๆนั้นถือว่ามีความเกรียนในระดับที่สูงกว่าคนปกติอยู่พอสมควร โดยชื่อผมอ่านแบบนี้ครับ “โคตร-นรก” (Kote-narok) ซึ่งในปีค.ศ. 2000 ถ้าใครเกิดทัน ตอนนั้นคือยุครุ่งเรืองของ Counter-Strike เซิฟเถื่อนในไทยที่มีผู้เล่นเยอะมากๆ และชื่อส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นชื่อเล่นตัวเองต่อด้วยคำว่า narok เช่น หากคุณชื่อโบ๊ท ก้จะตั้งเป็น boatnarok เป็นต้น แต่ผมรู้สึกว่ามันดูง่ายและเหมือนกันไปหมด คิดไปคิดมา เลยได้เป็น Kotenarok และก็ใช้จากวันนั้นเรื่อยมา

Leave a Reply