รีวิวเกม The Room



เกม The Room เกมนี้ที่จริงผมเล่นจบมาเป็นปีแล้วล่ะ ก่อนที่จะเริ่มเขียน blog นี้เสียอีก แต่เนื่องจากพึ่งเล่นภาค 2 จบ และอยากเขียนรีวิว แต่ไม่อยากข้ามภาคก็เลยต้องมานั่งระลึกความของภาคแรกมาลงเสียก่อน 555

เกมนี้เป็นเกมแนว puzzle บนมือถือครับ มีภาพกราฟฟิกที่สวยงาม(มากๆ) เป็น 3D ล้วนๆ โดยคุณต้องแก้ปริศนาเพื่อผ่านด่านโดยการเปิดกล่องตรงหน้าให้ได้ อารมณ์เดียวกับเกมแนว Escape the room ที่ต้องหาของมาแก้ปริศนาเพื่อหนีออกจากห้อง

The Room

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • กราฟฟิกสวยงามมากๆครับ ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ
  • เป็น 3D puzzle ซึ่งผมรู้สึกว่าไม่ค่อยจะหาเล่นได้ง่ายนักนะ
  • ปริศนามีความท้าทายในระดับนึงครับ ไม่ได้ง่ายหรือยากจนเกินไป ใครๆก็เล่นได้
  • มี Tutorial ที่สอนวิธีเล่นอย่างชัดเจน ไม่ต้องกลัวว่าจะเล่นไม่เป็น
  • เสียงเอ็ฟเฟ็กต์ที่ทำออกมาได้ดี ทำให้ยิ่งรู้สึกเอ็นจอยกับเกม (จะเสียงเปิดล๊อค เสียงเจอของต่างๆ บลาๆ)
  • มีคำใบ้ให้ด้วย หากคุณติดอยู่กับที่ๆนึงสักพัก เกมจะมีเครื่องหมาย ? ที่มุมขวาบนเพื่อกดขอคำใบ้เพื่อไปต่อได้ ไม่ต้องนั่งหงุดหงิดกับที่เดิมนานๆ

The Room - Tutorial

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • เป็นเกมที่ดูเหมือนจะมีเนื้อเรื่องนะ แต่ผมพยายามอ่านตัวหนังสือทุกตัวในเกมแล้ว ก็ไม่เข้าใจว่าผู้พัฒนาจะสื่อถึงอะไร (หรือผมหัวไม่ถึงก็ไม่ทราบนะ)
  • จากกราฟฟิกสวยงาม ทำให้เครื่องร้อนมากๆ และแบตหายไปอย่างรวดเร็ว หากเป็นมือถือรุ่นเก่าๆอาจเล่นไม่ได้เลยก็ได้ (ส่วนตัวผมใช้ Asus padfone 2)

The Room - Stage 2

สรุป

เป็นเกมที่สร้างออกมาได้ดี เล่นสนุก แก้เครียดได้(หรือเครียดหนักกว่าเดิม?) ถ้าเป็นแฟนๆแนว puzzle แก้ปริศนาแล้วล่ะก็ เกมนี้ห้ามพลาดจริงๆ รอสอยช่วงลดราคาก็ได้ครับ ผมซื้อมาในราคา $0.99 เท่านั้น (ตกประมาณ 30 บาท) ส่วนภาค 2 ผมจะมารีวิวอีกรอบในบทความหน้านะครับ

Android: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.FireproofStudios.TheRoom&hl=en
iOS: https://itunes.apple.com/en/app/the-room/id552039496?mt=8


This entry was posted in Games, Review and tagged , , , by Kotenarok. Bookmark the permalink.

About Kotenarok

หลายคนคงสงสัยถึงชื่อผม ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ใครที่อ่านชื่อผมออกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น คนๆนั้นถือว่ามีความเกรียนในระดับที่สูงกว่าคนปกติอยู่พอสมควร โดยชื่อผมอ่านแบบนี้ครับ “โคตร-นรก” (Kote-narok) ซึ่งในปีค.ศ. 2000 ถ้าใครเกิดทัน ตอนนั้นคือยุครุ่งเรืองของ Counter-Strike เซิฟเถื่อนในไทยที่มีผู้เล่นเยอะมากๆ และชื่อส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นชื่อเล่นตัวเองต่อด้วยคำว่า narok เช่น หากคุณชื่อโบ๊ท ก้จะตั้งเป็น boatnarok เป็นต้น แต่ผมรู้สึกว่ามันดูง่ายและเหมือนกันไปหมด คิดไปคิดมา เลยได้เป็น Kotenarok และก็ใช้จากวันนั้นเรื่อยมา

One thought on “รีวิวเกม The Room

  1. Pingback: รีวิวเกม The Room Two - Kotenarok the GamerKotenarok the Gamer

Leave a Reply