รีวิวเกม OTTTD



OTTTD เป็นเกมแนว TD(Tower Defense) ที่เพิ่ม Hero (ตัวละคร) ที่เราสามารถบังคับได้อีก 3 ตัวพร้อมกับอัพเกรดป้อมปราการไปด้วย ถ้าใครเคยเล่น Kingdom Rush ก็จะคล้ายๆกันแต่เป็นตีม Sci-fi ซึ่งตัวเกมมีทั้งบน Steam และมือถือ Android, iOS แต่ผมได้ของ Android จาก Humble Bundle

OTTTD

ข้อดี / จุดเด่นของเกม

  • มีป้อมหลายๆอย่างให้ปลดล๊อคระหว่างเล่นตะลุยไปเรื่อยๆ ทั้งป้อมปราการใหม่ๆ ตัวละคร และของสวมใส่
  • ตัวละครมีให้เล่น 7 ตัว แต่ต้องปลดล๊อคไปตามด่านเรื่อยๆก่อน
  • ตัวละครแต่ละตัวมีสกิลเฉพาะตัว และเราสามารถเลือกอัพสกิลได้ตามใจชอบหลังจกที่ตัวละครเลเวลอัพแล้ว
  • เงินหาไม่ยาก ค่อนข้างจะง่ายเลยล่ะ ได้จากจบด่านนึงก็หลายพัน(ถ้าเล่นแบบเลือดฐานไม่ลดนะ)
  • ตัวเกมเข้าใจได้ง่ายไม่วุ่นวาย
  • ความท้าทายของเกมที่หลากหลาย
  • รูปแบบด่านแตกต่างกันออกไป
  • มีด่านสู้กับบอสที่ทำให้รู้สึกถึงความท้าทายไปอีกระดับ
  • กราฟฟิกออกเป็นการ์ตูนสวยงาม และเลือดกระจุยกระจายสะใจขาโหด

OTTTD

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • หากเล่นบนมือถืออาจจะร้อนจนลวกมือ เพราะกินสเปคมากเนื่องจากกราฟฟิกเลือดและซากของมอนสเตอร์ที่ฆ่านั้นจะค้างอยู่อย่างนั้นจนจบด่าน
  • การบังคับรู้สึกขัดใจอยู่บ้าง ยิ่งเวลาที่จุดที่ต้องการเคลื่อนย้าย Hero อยู่ติดกับป้อม เมื่อจิ้มไปจะไปโดนป้อมแทนที่จะเป็นการสั่งให้ Hero เดิน
  • ค่อนข้างที่จะต้องเล่นด่านเดิมซ้ำๆเพื่อเก็บเงินและเลเวลตัวละคร

OTTTD

สรุป

เป็นเกมที่เล่นสนุก เหมาะกับการฆ่าเวลาได้ดี เวลามอนสเตอร์ตายได้ความสะใจจากเลือดกระเซ็นและซากระเบิดพอสมควร และค่อนข้างมีของมากมายให้ปลดล๊อค ถ้าเป็นแฟนเกมแนว TD แล้วล่ะก็ ผมคิดว่าเกมนี้ไม่ควรพลาดเลยล่ะครับ


This entry was posted in Games, Review and tagged , , , , , by Kotenarok. Bookmark the permalink.

About Kotenarok

หลายคนคงสงสัยถึงชื่อผม ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ใครที่อ่านชื่อผมออกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น คนๆนั้นถือว่ามีความเกรียนในระดับที่สูงกว่าคนปกติอยู่พอสมควร โดยชื่อผมอ่านแบบนี้ครับ “โคตร-นรก” (Kote-narok) ซึ่งในปีค.ศ. 2000 ถ้าใครเกิดทัน ตอนนั้นคือยุครุ่งเรืองของ Counter-Strike เซิฟเถื่อนในไทยที่มีผู้เล่นเยอะมากๆ และชื่อส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นชื่อเล่นตัวเองต่อด้วยคำว่า narok เช่น หากคุณชื่อโบ๊ท ก้จะตั้งเป็น boatnarok เป็นต้น แต่ผมรู้สึกว่ามันดูง่ายและเหมือนกันไปหมด คิดไปคิดมา เลยได้เป็น Kotenarok และก็ใช้จากวันนั้นเรื่อยมา

Leave a Reply