รีวิวเกม: MARVEL Future Fight



รอบนี้เราจะมารีวิวเกม MARVEL Future Fight ซึ่งเป็นเกมบนมือถือนะครับ มีทั้ง iOS และ Android เป็นเกมที่ทำกราฟฟิกออกมาได้ดูดีมากเลยล่ะ(ขอเดาว่าน่าจะใช้ Unity ในการพัฒนา)

ตัวเกมไม่มีอะไรซับซ้อน บังคับตัวละครให้เดินและโจมตีศัตรูให้หมด และเคลียบอสจนชนะ แค่นี้ครับ(แต่ยากนะ 555)

MARVEL Future Fight

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • สามารถเลือกวิธีการบังคับได้ 2 รูปแบบคือ 1. บังคับโดยใช้นิ้วจิ้มหน้าจอให้ตัวละครเดิน และโจมตี 2. เล่นแบบ joystick ซ้ายล่างจะเป็นเหมือน analog บังคับทิศทาง และฝั่งขวาจะมีปุ่มกดโจมตี
  • มีตัวละครให้สะสมมากมาย(ก็ Marvel นี่นา) ไม่เฉพาะฮีโร่เท่านั้นด้วย รวมถึง villain(ตัวร้าย) ก็มีให้สะสมและใช้งาน
  • ปลดล๊อคตัวละครได้โดยการสะสม Biometrics ของตัวละครนั้นๆให้ครบ 20 ชิ้น
  • เนื้อเรื่องค่อนข้างโอเค น่าติดตาม
  • กราฟฟิกสวยงามมาก
  • ตัวเกมเพลย์เข้าใจง่าย
  • มี tutorial สอนว่ามระบบอะไรบ้าง
  • มีอัพเกรดของสวมใส่, อัพเลเวลตัวละคร(ได้ exp จากการลุยด่านและกิน chip exp), อัพเกรดตัวละคร, อัพสกิลให้ตัวละคร(ใช้เงินอย่างเดียว)
  • การอัพเกรดตัวละครมี 2 แบบ คือ 1. เพิ่มดาว ต้องใช้ตัวซ้ำมาอัพเกรด 2. เปลี่ยนดาวสีเหลืองเป็นสีแดง ต้องใช้วัตถุดิบตามสายของตัวละครในการอัพเกรด
  • การอัพเกรดของสวมใส่ต้องใช้วัตถุดิบแล้วแต่ระดับที่จะอัพเกรด
  • (อันนี้ชอบมาก) มีระบบบอกวัตถุดิบที่ต้องการว่าไปเก็บได้จากด่านไหน
  • ตัวละครแต่ละตัวก็จะมีสกิลแตกต่างกันไป
  • ในการลุยด่านจะนำตัวละครไปด้วยได้ 3 ตัว และสลับออกมาใช้ได้ทีละตัว (มีโอกาสที่ใช้ตัวนึงอยู่ แล้วอีกตัวออกมาช่วยใช้สกิลได้ด้วย) แต่หลอดเลือดที่ลดไปก็ยังคงเดิมไปจนจบด่าน(ยกเว้นเจอไอเท็มเพิ่มเลือดระหว่างทาง) ไม่มีการ regen เลือดนะ
  • มีสกิลที่ปลดล๊อคได้ด้วยการอัพเกรดตัวละครเท่านั้นอยู่ด้วย
  • มีระบบ Autoplay (ซึ่งจะใช้ได้เมื่อผ่านด่านนั้นๆด้วยระดับ 3 ดาวก่อน รอบต่อไปถึงจะมีให้ใช้) เหมาะสำหรับคนขี้เกียจกด(แต่ระวังตาย เพราะบอทไม่ได้ฉลาดอะไร)
  • มีระบบ Team-up ที่เอาตัวหลักของเพื่อนออกมาช่วยสู้ได้(แต่อยู่แค่ 10 วิเท่านั้นใน 1 ด่าน เรียกได้ครั้งเดียวด้วย)
  • ใช้ Energy ในการเล่น(แน่นอน)
  • ตะลุยเนื้อเรื่อง และผ่านด่านไปเรื่อยๆจะปลดล๊อค content ของเกมออกมาเรื่อยๆ
  • มีระบบ Arena ที่เราสามารถสู้กับผู้เล่นอื่นๆได้ ของรางวัลจะเป็นเหรียญไปแลกรางวัลได้
  • มีระบบ Dimension Rift ซึ่งจะเป็นด่านพิเศษที่ของรางวัลจะเป็น Biometrics ของตัวละคร (ด่านนี้จะโผล่มาแบบสุ่ม เมื่อเล่นผ่านด่านใดๆก็ได้ แล้วจะมีข้อความเตือนขึ้น) ซึ่งเมื่อเจอจะอยู่แค่ 30 นาทีและหายไป
  • มีของรางวัลเยอะพอสมควร คือพวกเควสประจำวัน เควสปกติ achievement ต่างๆ
  • ด่านระดับ Elite ที่ปลดล๊อคด้วยการผ่านระดับ Normal จะให้รางวัลที่จำเป็นสำหรับการอัพเกรดตัวละคร
  • เล่นบน Andy ได้ไม่ค่อยกระตุก

MARVEL Future Fight

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • ค่อนข้างใช้เงินในเกมเยอะถึงเยอะมากในการอัพเกรดตัวละครเพื่อให้เก่งขึ้น และผ่านด่านที่ยากขึ้น (grinding โหดมากๆ)
  • ด่านระดับ Elite ลงได้ด่านละ 3 รอบต่อวันเท่านั้น (ยกเว้น VIP member = =”)
  • เครื่องร้อนมากแน่นอน เพราะกราฟฟิกโหดมาก
  • เล่นบนมือถือตัวเองแล้วรู้สึกเกมเด้งหลุดออกมาบ่อย (เสีย energy ฟรีๆ) แต่บน Andy ไม่เป็นนะ (หรือเป็นที่มือถือตัวเองฟะ)
  • Autoplay จะใช้สกิลทันทีที่ cool down สกิลเสร็จ โดยไม่สนวาจะโดนศัตรูกี่ตัว คือสู้แบบเป็นเส้นตรงไม่มีลูกเล่นเลย
  • ระหว่างลุยด่านไม่มีการ regen เลือด ต้องหาของเก็บเพิ่มเลือดเอาเอง
  • บางครั้งในด่านกดเปลี่ยนตัวไม่ค่อยจะติด (ไม่มั่นใจว่าเพราะโดนโจมตีอยู่หรือเปล่า)
  • ไม่มี Auto target ให้ ต้องกดตีเอง (แต่บางทีก็ขึ้นเพราะตัวละครเราโดนโจมตี) น่าจะทำให้มันล๊อคศัตรูที่อยู่ใกล้ไปเลยอัตโนมัติ

MARVEL Future Fight

สรุป

เป็นเกมที่เล่นแล้วผมติดมากเกมหนึ่งนะ และเป็นแนวเกมที่ผมหามานานพอสมควร มีความรู้สึกว่าเกมซุปเปอร์ฮีโร่ของ Marvel ควรจะออกมาแนวๆนี้ล่ะ คือไม่ต้องใช้เวลาเล่นนาน สะสมได้เรื่อยๆ หลังจากที่ผมผิดหวังมาจาก Marvel Heroes 2015 ที่ผมรู้สึกว่าตัวเกมมันค่อนข้างบังคับว่าต้องเล่น(ทั้งๆที่ตัวเกมไม่ได้มีอะไรดึงดูดให้เล่น) เกมนี้ผมว่าเป็นเหมาะกับ Marvel มากๆแล้ว ลองเล่นกันดูละกันนะครับ
ปล. ระหว่างที่รีววินี้ผมก็ยังเล่นไปไม่ไกลนะครับ ยังมี content ที่ไม่ได้ปลดล๊อค เลยไม่ได้พูดถึงอยู่เหมือนกันนะ

iOS: http://apple.co/1QxtKNU
Android: http://bit.ly/1QxtI8K


This entry was posted in Games, Marvel Future Fight, Review and tagged , , , by Kotenarok. Bookmark the permalink.

About Kotenarok

หลายคนคงสงสัยถึงชื่อผม ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ใครที่อ่านชื่อผมออกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น คนๆนั้นถือว่ามีความเกรียนในระดับที่สูงกว่าคนปกติอยู่พอสมควร โดยชื่อผมอ่านแบบนี้ครับ “โคตร-นรก” (Kote-narok) ซึ่งในปีค.ศ. 2000 ถ้าใครเกิดทัน ตอนนั้นคือยุครุ่งเรืองของ Counter-Strike เซิฟเถื่อนในไทยที่มีผู้เล่นเยอะมากๆ และชื่อส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นชื่อเล่นตัวเองต่อด้วยคำว่า narok เช่น หากคุณชื่อโบ๊ท ก้จะตั้งเป็น boatnarok เป็นต้น แต่ผมรู้สึกว่ามันดูง่ายและเหมือนกันไปหมด คิดไปคิดมา เลยได้เป็น Kotenarok และก็ใช้จากวันนั้นเรื่อยมา

6 thoughts on “รีวิวเกม: MARVEL Future Fight

  1. Autoplay มี 2 แบบนะครับ
    Autoplay ธรรมดา จะได้ ตอน ดาว 1 – 2 ดวง (จะไม่ใช้สกิล)
    Autoplay + จะได้ตอนครบ 3 ดาว จะต่างที่ + Unit จะใช้สกิลเองด้วย

  2. Pingback: MARVEL Future Fight: ประเภทของฮีโร่ (Hero Type) - Kotenarok the GamerKotenarok the Gamer

  3. Pingback: MARVEL Future Fight: ระบบ Autoplay - Kotenarok the GamerKotenarok the Gamer

  4. Pingback: MARVEL Future Fight: การจัดทีมและทีมโบนัส - Kotenarok the GamerKotenarok the Gamer

  5. Pingback: MARVEL Future Fight: รูปแบบการบังคับแบบไหนดี 1-Touch หรือ Pad - Kotenarok the GamerKotenarok the Gamer

  6. Pingback: แนะนำระบบเกม Marvel Future Fight - Kotenarok the GamerKotenarok the Gamer

Leave a Reply