รีวิวเกม: Killing Floor 2



เกม Killing Floor 2 เป็นเกมแนว Survival Horror ที่ต้องอยู่รอดเป็น wave ไปจากฝูงซอมบี้ที่มีหลากหลายประเภท และ wave สุดท้ายต้องสู้กับบอส

เกมนี้ภาคแรกนั้นเก่ามาก อายุร่วม 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีคนเล่นมาถึงทุกวันนี้ เพราะแนวเกมที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์และเล่นฆ่าเวลาได้ดี พัฒนาโดยบริษัท Tripwire ซึ่งมีชื่อเสียงในการทำเกม FPS จนกระทั่งได้ออกเป็น Killing Floor 2 ซึ่งมีกระแสจากฐานแฟนๆเดิมเยอะอยู่แล้ว ในช่วงที่ผมรีวิวอยู่นี้ตัวเกมยังเป็น Early Access อยู่นะครับ

Killing Floor 2

จุดเด่น / ข้อดีของเกม

  • ภาพสวยงามขึ้นมาก เมื่อเทียบกับภาคแรก ดูมีสีสันต์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • ตัวเกมมีเลือดสาดสะใจขา hardcore
  • มีการตัดแขน ตัดขา ตัว หัวหลุด มีไส้ในกระเด็นออกมาให้เห็นกันด้วย
  • มีศัตรูหลากหลายประเภท แต่ละตัวก็จะมีความสามารถที่เป็นอันตรายเฉพาะตัวไป ต้องเรียนรู้และระวังความสามารถของมันให้ดี
  • ภาคนี้ co-op กันได้ถึง 6 คนในห้องเดียว (ภาคแรก 4 คนเอง)
  • ปรับแต่งตัวละครได้มากขึ้น จากเดิมมีให้เลือกแค่ตัวละครที่จะเล่น
  • มีระบบ Perk หรือ Class ซึ่งแต่ละ Perk ก็จะมี bonus status ต่างกันไป
  • มีระบบเลเวล Perk ซึ่งจะเก็บเป็น exp เหมือนเกมเก็บเลเวลทั่วๆไป ปรับจากภาคแรกที่ทำออกมาเป็นแนว Achievement ซึ่งยุ่งยากในการเก็บเลเวลจนเกินไป
  • เลเวลของ Perk จะปลดล๊อคอาวุธที่สามารถใช้ซื้อเพิ่มได้อีกด้วย ตันที่เลเวล 25
  • Perk มีระบบสกิลเพิ่มขึ้นมาด้วย
  • มีด่านให้เลือกเล่นอยู่พอประมาณ และคงจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคตเหมือนกับภาคแรก
  • มีระดับความยากตั้งแต่ Normal, Hard, และ โหดสุดคือ Hell on Earth ยิ่งยาก ศัตรูก็จะยิ่งเลือดเยอะและโจมตีแรง เงินที่ได้จากการฆ่าน้อยลง กระสุนหาเก็บยากขึ้น (อยู่รอดได้ยากขึ้นนั่นเอง)
  • บอสในภาคนี้จะมีสกิล ลูกเล่นเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่หลักๆไม่ค่อยต่างจากเดิมมากนัก จะมีหายตัว สกิลจับเราดูดเลือด ยิงปืนกล ฯลฯ
  • มีระบบ Zed time หรือหลายๆคนรู้จักในชื่อ Bullet time คือ slow motion หากยิงโดนหรือหวดโดนหัวซอบี้หลุด เมื่อมีคนนึงทำให้เกิด Zed time คนในทีมอื่นๆก็จะได้ด้วยเช่นกัน
  • มีระบบจัดการเซิร์ฟเวอร์ ทำให้หาเซิร์ฟเวอร์ที่ปิงน้อยได้ง่ายขึ้น
  • มีเซิร์ฟไทยรองรับ
  • มีระบบพูดด้วยไมค์สื่อสารกับผู้เล่นอื่น จึงไม่ต้องพิมพ์
  • มีโยนเงินให้กับผู้เล่นอื่น เพื่อให้เขาเอาไปซื้ออาวุธใช้ได้(เหมือนภาคแรก)
  • อาวุธมีหลากหลายรูปแบบ บางอาวุธมีความสามารถเฉพาะตัวอีกด้วย
  • อาวุธระยะประชิดสามารถใช้งานได้หลากหลายแบบ แล้วแต่เราจะใช้ (คงต้องไปลองเองล่ะ)
  • มียาเพิ่มเลือดที่สามารถฉีดให้ตัวเองหรือผู้เล่นอื่นได้ (หากไม่คับขัน ควรฉีดให้ผู้เล่นอื่น เพราะมันได้ประสิทธิภาพสูงกว่าฉีดให้ตัวเอง ผลัดกันฉีด)
  • มีระบบอ๊อกประตู กันไม่ให้ซอมบี้เข้ามา(แต่มันก็ทำลายประตูได้นะ) เหมือนกับภาคแรก
  • เกมนี้ไม่มีเป้าเล็งนะครับ ต้องกดคลิกขวาใช้ศูนย์เล็งจกปืนแทน แต่เล่นไปเรื่อยๆจะวางสามารถเล็งยิงกลางจอได้เองโดยไม่ต้องคลิกขวาเลย
  • มี SDK ที่ใช้สำหรับสร้างแมพขึ้นมาเองด้วย

Killing Floor 2

จุดด้อย / ข้อเสียของเกม

  • ระบบเลือกเซิร์ฟเวอร์ไม่มีให้กรองประเภทของเซิร์ฟ เช่น กรองระดับความยาก เป็นต้น(ทั้งๆที่ภาคแรกมี ไม่รู้ทำไมถึงไม่มีในภาคนี้)
  • Perk น้อยลงจากภาคที่แล้ว จาก 6 เหลือ 4 (เอาอาชีพ Demolition ที่ใช้ระเบิดเป็นหลักออกไปด้วย ตัวโปรดผมเลยนะ T_T)
  • ไม่มี Tutorial ใดๆทั้งสิ้น ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่อาจงงๆ ถึงแม้ตัวเกมจะเข้าใจง่ายก็เถอะ(ก็หลักๆมันมีแค่วิ่งหนีกับฆ่าให้หมด) แต่ก็ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่บ้าง ต้องเล่นตามๆคนอื่นไป และศึกษาปุ่มในบังคับใน options ให้ดีว่าทำอะไรได้บ้าง
  • โหลดเข้าห้องโหลดอยู่พอสมควร
  • ตัวเกมค่อนข้างจะเล่นซ้ำๆ เพราะไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้ แต่เป็นเกมที่เล่นกับเพ่อนได้ฮาและสนุก เหมาะกับการฆ่าเวลา ไม่เหมาะกับการเล่นแบบตะบี้ตะบันเล่น

Killing Floor 2

สรุป

เป็นเกมที่เล่นเพลินได้ทุกเวลาที่อยากจะเข้ามาเล่น ควรจะหาเพื่อนมาเล่นด้วยอย่างยิ่ง เป็นเกมที่แนะนำอีกหนึ่งเกม แต่ก็ไม่ถึงกับต้องรีบซื้อนะครับ จะรอไปถึงช่วงที่มันลดราคาก็ไม่สายเกินไป เพราะตัวเกมมันก็ค่อนข้างจะเล่นได้เรื่อยๆ(ก็ภาคเก่ายังอยู่มาได้ตั้ง 10 ปีโดยที่ยังมีคนเล่นอยู่) ถ้าตังเหลือก็สอยได้เลยครับ


This entry was posted in Games, Review and tagged , , , , by Kotenarok. Bookmark the permalink.

About Kotenarok

หลายคนคงสงสัยถึงชื่อผม ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ใครที่อ่านชื่อผมออกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น คนๆนั้นถือว่ามีความเกรียนในระดับที่สูงกว่าคนปกติอยู่พอสมควร โดยชื่อผมอ่านแบบนี้ครับ “โคตร-นรก” (Kote-narok) ซึ่งในปีค.ศ. 2000 ถ้าใครเกิดทัน ตอนนั้นคือยุครุ่งเรืองของ Counter-Strike เซิฟเถื่อนในไทยที่มีผู้เล่นเยอะมากๆ และชื่อส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นชื่อเล่นตัวเองต่อด้วยคำว่า narok เช่น หากคุณชื่อโบ๊ท ก้จะตั้งเป็น boatnarok เป็นต้น แต่ผมรู้สึกว่ามันดูง่ายและเหมือนกันไปหมด คิดไปคิดมา เลยได้เป็น Kotenarok และก็ใช้จากวันนั้นเรื่อยมา

Leave a Reply