รีวิวเกม Dragon Age: Inquisition โหมด Multiplayer



มารีวิวเกม Dragon Age: Inquisition สุดยอดเกม RPG เนื้อเรื่องระดับพระกาฬ แต่ผมขอรีวิวเพียงโหมด Multiplayer ก่อน เนื่องจากยังไม่ได้เริ่มเล่นโหมดเนื้อเรื่องเลย 5555 และทั้ง 2 โหมดนั้นตัดขาดออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกันทั้งสิ้น จึงคิดว่าแยกรีวิวจะทำให้อ่านง่ายกว่านะ ซึ่งผมถนัดเล่นบน PC (ไม่มีปัญญาซื้อเครื่องอื่น 555) จะไม่พูดถึงบนเครื่อง console ละกัน

Dragon Age: Inquisition

การบังคับตัวละคร

การบังคับตัวละครในเกมนี้จะใช้ปุ่ม WASD ในการเคลื่อนไหวตัวละคร และใช้เม้าส์ในการเปลี่ยนมุมกล้องและโจมตี ซึ่งจะคล้ายๆกับพวกเกม WoW (World of Warcraft) และ Guild Wars การเปลี่ยนเป้าในการโจมตีทำได้โดยเลื่อนเม้าส์ไปคลิกที่มอนสเตอร์โดยตรงหรือกด Tab เปลี่ยนเอา (ซึ่งผมว่าใช้เม้าส์จะง่ายกว่ามาก)

Dragon Age: Inquisition โหมด Multiplayer

 

มีคลาสอะไรบ้าง?

คลาสมีเยอะมากกว่า 10 คลาสเลยครับ ซึ่งขอไม่ลงลึกละกัน แต่ละคลาสก็มีสกิลความสามารถที่เป็นจุดเด่นต่างกันไป ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 หมวดหลักๆคือ Warrior, Rogue, และ Mage โดยเริ่มแรกจะได้มา 3 คลาส คือ Legionaire(เป็น Warrior), Archer (เป็น Rouge), และ Keeper (เป็น Mage) ส่วนตัวที่เหลือเราต้องปลดล๊อคเอาจากการกปิดกล่อง (ซึ่งใช้เงินที่หาได้จากการเล่นมาเปิดนะ สุ่มเอา) หรืออีกทางคือ Craft ชุดเกราะของคลาสนั้นๆเพื่อปลดล๊อคคลาส (จะวิธีไหนมันก็ยากพอๆกัน -*-) คือสรุปได้ว่าต้องเถือกเล่นไปเรื่อยๆจ้ะ และในส่วนของเลเวลนั้นแต่ละคลาสจะแบ่งแยกกันหมด คือเลเวลใครเลเวลมันนั่นล่ะ

Dragon Age: Inquisition - Multiplayer Classes

เกี่ยวกับของสวมใส่ ทั้งอาวุธและชุดเกราะ

ของพวกนี้สามารถดรอปเอาหรือเปิดจากกล่องได้หมด แต่โอกาสที่จะได้ของแรร์ดีๆนั้นยากมาก ซึ่งมักจะได้ขยะมาแล้วก็ Salvage (แยกชิ้นส่วน)ทิ้ง เพื่อเก็บวัตถุดิบไว้ Craft ของดีๆหรือ Craft ชิ้นส่วนไว้อัพเกรดของต่างๆต่อไป โดยพวกของสวมใส่จะมีเลเวลของมันเอง แต่ไม่เกี่ยวกับว่าตัวละครเราเลเวลเท่าไหร่ ยังไงก็สวมใส่ได้หมด เช่น ผมได้ขวานมือเดียวเลเวล 14 มา แต่ตัวผมเลเวล 1 ก็สามารถสวมใส่ไปใช้งานได้เลย ไม่ต้องเก็บจนเลเวล 14 ก่อน

ในส่วนของการอัพเกรด ของสวมใส่แต่ละชิ้นจะมี slot อัพเกรดแตกต่างกันไป โดยของที่นำมาอัพเกรดจะมีทั้งชิ้นส่วนของอาวุธ เช่นด้ามจับ ซึ่ง Craft เอาได้ และ status ที่เพิ่มจะขึ้นกับวัตถุดิบที่เราเลือกเอามาทำด้วย และอีกอย่างคือ Rune ธาตุต่างๆที่จะความสามารถให้กับของๆเรา ซึ่งของพวกนี้เมื่อใส่ให้กับของแล้วจะไม่สามารถนำกลับมาได้ (consume item) ถ้าต้องการจะเปลี่ยนก็ใส่อันใหม่ทับอันเดิมไปเลย ซึ่งส่วนตัวแล้ว Rune นั้นใส่ๆไปเหอะ เดี๋ยวก็ดรอปมาใหม่ แต่ชิ้นส่วนอัพเกรดที่ต้อง craft เอาก็คิดดูดีๆนิดนึง เพราะวัตถุดิบหายากมาก เพราะต้องแยกชิ้นส่วนจากของอื่นๆเอา

Dragon Age: Inquisition - Multiplayer Equipment

จุดเด่นของเกมโหมด

  • เล่น Co-op ได้ 4 คนช่วยกันผ่านด่าน
  • มีระดับความยากสุดๆ ทำให้มีความท้าทายมากๆในการเล่น ห้ามวิ่งบวกเลยล่ะ ต้องดูจังหวะเข้าดีๆ
  • คลาสให้เล่นมากกว่า 10 คลาส (และได้ยินว่าจะมีอัพเดทเพิ่มด้วย)
  • ของสวมใส่และระบบอัพเกรดเยอะพอสมควร แต่ไม่มากจนเกินไป
  • เลเวลไม่มีตัน เก็บได้เรื่อยๆจนกว่าเลเวลจะไม่ขึ้น(ขึ้นกับระยะห่างของแมพที่ลงและเลเวลตัวละคร) ซึ่งแรกๆก็คงได้แต่ลงแมพแรกจนกว่าจะได้ของที่พร้อมพอตัวถึงจะลงแมพถัดไปไหว เพราะมันโหดแบบเกินคำบรรยายเลย
  • เงินหาไม่ยาก ไม่กี่ตาก็เก็บไปเปิดกล่องใหญ่ราคา 1200 G ได้แล้ว

จุดด้อยของเกมโหมด

  • เนื่องจากผู้เล่นนั้นโฮสต์กันเอง ทำให้บางครั้งหากเจอโฮสต์ไม่ดีก็จะแลคเอามากๆ (ซึ่งตรงนี้ WTFast ก็ช่วยอะไรไม่ได้ด้วย) วิธีแก้คืออาจจะครีเกมเองแล้วให้คนอื่นมาหงุดหงิดกับอาการแลคแทน5555 (ก็เน็ตบ้านเราอย่างที่รู้ๆกัน หอยทากเป็นตะคริว)
  • ความยากมหาโหดของเกมเป็นดาบสองคมจริงๆ คนที่ชอบความท้าทายมากๆจะรู้สึกฟิน แต่คนที่ไม่ใช่สายฮาร์ดคอร์แบบนั้นก็จะรู้สึกหงุดหงิด ซึ่งผมเองก็หงุดหงิดนิดๆที่ยาเพิ่มเลือดพกได้แค่ 2 ขวดในการลงรอบนึง และพอตายหลายๆครั้งเพื่อนจะไม่สามารถชุบเราได้ละ เราจะกลายเป็นวิญญาณจนกว่าจะถึงจุด checkpoint ถัดไป

สรุปโดยรวม

เป็นโหมดที่เล่นสนุกดีครับ มีความท้าทายพอตัว และยากขึ้นไปตามระดับที่เราเลือกลง มีอะไรๆให้หาให้ปลดล๊อคเยอะพอสมควร สนุกกับการฆ่ามอนสเตอร์ที่เราก็ต้องเข้าใจการโจมตีของแต่ละตัวด้วยเพื่อป้องกันและหลบหลีกได้ แต่บอกเลยว่าถ้าซื้อมาเพื่อเล่นแค่โหมดนี้นี่ไม่คุ้มเงินอย่างแรง เพราะฉะนั้นอย่าลืมไปเล่นโหมดเนื้อเรื่องกันด้วยนะครับ

 


This entry was posted in Games, Review and tagged , , , , , by Kotenarok. Bookmark the permalink.

About Kotenarok

หลายคนคงสงสัยถึงชื่อผม ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ใครที่อ่านชื่อผมออกตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น คนๆนั้นถือว่ามีความเกรียนในระดับที่สูงกว่าคนปกติอยู่พอสมควร โดยชื่อผมอ่านแบบนี้ครับ “โคตร-นรก” (Kote-narok) ซึ่งในปีค.ศ. 2000 ถ้าใครเกิดทัน ตอนนั้นคือยุครุ่งเรืองของ Counter-Strike เซิฟเถื่อนในไทยที่มีผู้เล่นเยอะมากๆ และชื่อส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นชื่อเล่นตัวเองต่อด้วยคำว่า narok เช่น หากคุณชื่อโบ๊ท ก้จะตั้งเป็น boatnarok เป็นต้น แต่ผมรู้สึกว่ามันดูง่ายและเหมือนกันไปหมด คิดไปคิดมา เลยได้เป็น Kotenarok และก็ใช้จากวันนั้นเรื่อยมา

Leave a Reply